Recent Updates Page 2 Toggle Comment Threads | Keyboard Shortcuts

  • admin 3:35pm on 27/06/2015 Permalink
    Tags: การบริจาคอวัยวะแก่สภากาชาดไทย   

    การบริจาคอวัยวะแก่สภากาชาดไทย เพื่อต่อชีวิตผู้อื่น 

    ในปัจจุบันการบริจาคอวัยวะยังไม่มากพอที่จะตอบสนองความต้องการของผู้ที่รอรับบริจาคอวัยวะอยู่ซึ่งจากสถิติผู้บริจาคอวัยวะของสภากาชาดไทยในปี2555 พบว่ามีผู้รอรับการบริจาคอวัยวะกว่า 3,516 ราย แต่มีผู้บริจาคอวัยวะเพียง 136 ราย โดยสามารถนำอวัยวะไปปลูกถ่ายช่วยเหลือผู้ป่วยได้ 334 คน ซึ่งถือว่ายังมีสัดส่วนของผู้บริจาคน้อยเมื่อเทียบกับประเทศที่มีอัตราการบริจาคอวัยวะสูงสุด จากความเชื่อที่ว่าบริจาคอวัยวะแล้วจะทำให้การเกิดใหม่ในชาติหน้าผู้เสียชีวิตมีอวัยวะไม่ครบ 32 นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเป้าหมายที่สนใจในการบริจาคอวัยวะแต่ไม่ทราบข้อมูลด้านสถานที่ในการรับบริจาค ดังนั้นการรณรงค์และทำความเข้าใจจึงมีความสำคัญในการปรับทัศนคติของกลุ่มคนที่ประสงค์จะบริจาคร่ายกาย การประชาสัมพันธ์ที่ดี ให้ความรู้ความเข้าใจและปรับทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับประโยชน์ของการบริจาคร่างกาย จะมีส่วนสำคัญที่ทำให้การบริจาคอวัยวะในกลุ่มคนรุ่นใหม่มีจำนวนมากขึ้น

    การบริจาคร่างกาย แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
    1. การบริจาคร่างกายสำหรับใช้เพื่อการศึกษาทางการแพทย์ (โรงพยาบาลจุฬา)
    2. การบริจาคอวัยวะสำหรับผู้ป่วย (สภากาชาดไทย)
    3. การบริจาคดวงตา (สภากาชาดไทย)

    ทั้งนี้อวัยวะที่บริจาคมีส่วนช่วยสังคมอย่างไรบ้าง

    • หัวใจ ช่วยรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจระยะสุดท้ายที่กล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมสภาพ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการขาดเลือดที่ไม่สามารถรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัดทั่วไป
    • ตับ ช่วยรักษาผู้ป่วยตับวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ได้แก่ โรคตับแข็ง ตับอักเสบเรื้อรังระยะสุดท้าย หรือมะเร็งตับ รวมถึงผู้ป่วยที่มีความพิการของตับมาแต่กำเนิด
    • ปอด ช่วยรักษาผู้ป่วยโรคปอดซึ่งรอการเปลี่ยนถ่ายปอดเพื่อช่วยให้หายใจได้ต่อไป
    • ไต ช่วยรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง ซึ่งต้องทำการฟอกไตอยู่บ่อยครั้งให้ใช้ชีวิตได้ตามปกติ

    ซึ่งอวัยวะเหล่านี้มีส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยสามารถมีชีวิตที่ก้าวต่อไปได้อย่างปกติ มีชีวิตที่ยืดยาวขึ้นและสามารถสร้างสิ่งดีๆเพื่อครอบครัวและสังคมต่อไป ดังนั้นร่างกายที่หยุดการใช้งานไปแล้วจึงมีประโยชน์และสำคัญสำหรับผู้ป่วยที่รอรับการบริจาคอย่างยิ่ง

    สำหรับผู้ที่สนใจที่จะร่วมบริจาคอวัยวะ สามารถที่จะไปบริจาคได้ที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยหรือ ตามโรงพยาบาลต่างๆ

     
  • admin 4:40pm on 24/05/2015 Permalink  

    สาระน่ารู้ เกี่ยวกับข้อดีของการบริจาคโลหิต 

    ในปัจจุบันมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผู้ป่วยเหล่านั้นจะนอนคอยโลหิตเพื่อรักษาโรคทั้งนี้ในการบริจาคโลหิตนั้นนอกจากจะทำเพื่อช่วยคนอื่นแล้ว ยังช่วยต่ออายุให้แก่คนป่วยที่กำลังจะตายผลประโยชน์ที่ไปบริจาคโลหิตก็จะตกมาอยุ่ที่เรานั้นเอง เพราะว่าจะได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกๆ 3 เดือน นอกจากจะได้รับการตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี เชื้อไวรัสเอดส์และเชื้อซิฟิลิส ยังช่วยสร้างเสริมทานที่ยิ่งใหญ่ด้วย
    สำหรับข้อดีขอการบริจาคโลหิตประกอบไปด้วย

    • ทำให้สุขภาพแข็งแรง เพราะเลือดที่บริจาคออกไปเป็นเลือดส่วนเกินของร่างกายประมาณ 7% ของปริมาณเลือดทั้งหมดในร่างกาย โดยก่อนจะบริจาคจะมีการพิจารณาจากน้ำหนักตัวของผู้ให้บริจาคก่อน ดังนั้นเลือดที่เสียไปจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่จะกระตุ้นให้ไขกระดูกผลิตเม็ดโลหิตใหม่ขึ้นมาแทนระบบไหลเวียนของเลือดจะดีขึ้น
    • หุ่นดี ผิวพรรณเปล่งปลั่ง การบริจาคเลือดไม่ได้ทำให้อ้วน แต่กลับทำให้ผู้บริจาคมีรูปร่างที่ดีขึ้น เพราะเลือดใหม่ที่ถูกผลิตขึ้นรวมทั้งการไหลเวียนของเลือดที่ดีขึ้น จะช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล และยังช่วยให้หน้าใสขึ้นด้วย
    • ลดความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งได้ เช่น มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะอาหาร การบริจาคเลือดจะช่วยลดปริมาณธาตุเหล็กส่วนเกินเหล่านั้นออกไปได้และยิ่งบริจาคเลือดบ่อยเท่าไหร่ความเสี่ยงโรคมะเร็งจะลดลงมากเท่านั้น
    • มีสิทธิพิเศษสำหรับผู้บริจาคเลือด โดยผู้บริจาคเลือดยังได้สิทธิพิเศษในเรื่องการรักษาพยาบาล คือ

    1.ผู้บริจาคโลหิต 7 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ช่วยเหลือค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษได้ไม่เกินร้อยละ50
    2.ผู้บริจาคโลหิต 9 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ตรวจวิเคราะห์สารเคมีในโลหิตได้
    3.ผู้บริจาคโลหติ 16 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลและค่าห้องพิเศษค่าอาหาร ได้ร้อยละ 50
    4.ผู้บริจาคโลหิต 24 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล100% และ ค่าห้องพิเศษค่าอาหาร ได้ร้อยละ 50
    5.ผู้บริจาคโลหิต 100 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ ขอพระราชทานเพลิงศพ ได้เป็นกรณีพิเศษ
    ดังนั้น การบริจาคเลือดยังเป็นการต่อลมหายใจของเขาก็เท่ากับเป็นการยืดอายุของเรามากขึ้นด้วยเช่นกัน

     
  • admin 3:18pm on 27/03/2015 Permalink  

    วิธีการเตรียมตัวในการบริจาคเลือดและหลังการบริจาค 

    2

    การเตรียมตัวก่อนไปบริจาคเลือดต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี, ชนิดซี, ซิฟิลิส, เชื้อ HIV อย่างน้อย 3 เดือนก่อนการบริจาคเลือด หลีกเลี่ยงการรับประทานหวานจัดหรือมันจัดก่อนการบริจาคเลือดเพราะจะทำให้ พลาสมาขุ่น ต้องอยู่ในสภาพแข็งแรงและสบายดี หลีกเลี่ยงการบริจาคเลือดหากรู้สึกไม่สบาย หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ

    ข้อเสียของการบริจาคเลือดเม็ดเลือดแดงในร่างกายจะถูกม้ามจับทำลายและรีไซเคิลเมื่อเม็ดเลือดแดง หมดสภาพซึ่งโดยทั่วไปจะเป็น 120 วัน หมายความว่า ถึงเราไม่ได้บริจาคเลือด เม็ดเลือดเราก็จะต้องถูกทำลายอยู่แล้ว การบริจาคเลือดที่เป็นเลือดทั้งหมดในแต่ละครั้งร่างกายจะเสียเลือดไปไม่ถึง ร้อยละ 10 ของเลือดที่มีอยู่ในระบบไหลเวียนเลือดทั้งหมดซึ่งจะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ หากพักผ่อนให้เพียงพอก่อนบริจาคเลือด ดื่มน้ำให้มากและลุกจากเตียงบริจาคเลือดช้าๆ ซึ่งที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ในอาคารหลังใหม่นั้นเตียงผู้บริจาคได้เปลี่ยนจากแบบนอนหงายเป็นแบบนั่งเอน แล้ว ซึ่งลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการเวียนศีรษะเมื่อลุกจากที่นอนหลังจากบริจาค เลือดเสร็จแล้วลงได้มาก

    หลังบริจาคโลหิตแล้วบางคนจะทานอาหารได้มากขึ้นเนื่องจากการเสียเหล็กและสาร อาหารในเลือดจะกระตุ้นให้ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น หลายคนจึงมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเมื่อบริจาคโลหิตไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเด็นนี้แก้ไขได้โดยการควบคุมการรับประทานอาหารและทำการออกกำลังกาย ส่วนอาการเจ็บเวลาถูกเข็มแทงนั้นก็จะเป็นเฉพาะช่วงที่แทงเข็มเท่านั้น การบริจาคพลาสมาและเกล็ดเลือดจะมีการฉีดยาชาที่ผิวหนังให้ เนื่องจากจะต้องคาเข็มอยู่นานมากกว่าครึ่งชั่วโมง และไม่ว่าบริจาคเลือด พลาสมาหรือเกล็ดเลือด แผลจะหายในเวลา 1 – 3 วัน มีส่วนน้อยที่เกิดเลือดออกใต้ผิวหนังเป็นปื้นเขียว ซึ่งก็จะดูดซึมหมดไปได้ภายในสัปดาห์ส่วนความเสี่ยงที่ผู้บริจาคเลือดจะติดเชื้อจากการบริจาคเลือดนั้นตอบได้เลย ว่าเป็นไปไม่ได้เพราะอุปกรณ์ชุดรับบริจาคเลือดทั้งหมดเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง แต่ละชุดจะใช้กับผู้บริจาคเลือดคนเดียวและครั้งเดียว

     
  • admin 12:08pm on 22/02/2015 Permalink
    Tags: บริจาค   

    บริจาคอย่างไร หักภาษีได้ 2 เท่า 

    คนไทยเป็นคนใจบุญ หากพอจะมีเงินเหลือกิน เหลือเก็บ ก็มักจะบริจาคเงินให้วัด ให้โรงเรียน นับเป็นการสร้างเนื้อนาบุญทิ้งไว้ ด้วยเชื่อว่า ชาติหน้าจะได้ไม่ลำบาก

    แต่ไหนๆก็จะบริจาคเงินช่วยเหลือสังคมอยู่แล้ว หากเงินก้อนนี้ช่วยให้เราลดหย่อนภาษีได้คงจะเป็นการดี และจะเป็นการดียิ่งขึ้น หากเราสามารถทำให้เงินบริจาคก้อนนี้สร้างสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้สูงสุด

    หากเราไปดูใบแบบฟอร์ม ภงด.90 ของกรมสรรพากรที่พวกเราใช้กรอกเสียภาษีบุคคลธรรมดานั้น จะพบว่ารัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้คนที่พอจะมีกินมีใช้ ช่วยกันบริจาคเงินช่วยเหลือสังคม โดยการอนุญาตให้นำเงินที่เราบริจาคนั้นไปหักลดหย่อนภาษีได้ทั้งจำนวน แต่ไม่เกิน 10%ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว

    เงินบริจาคที่รัฐอนุญาตให้ใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีนั้น มีอยู่ 3 หมวดดังนี้
    1. เงินสนับสนุนเพื่อการศึกษา
    ได้แก่ เงินที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาให้แก่สถานศึกษาของรัฐ ( ตามที่รมต.คลังกำหนด ) โรงเรียนเอกชน และสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ต้องเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการจัดหาที่ดิน จัดสร้างอาคาร จัดหาวัสดุอุปกรณ์การศึกษา โดยจะได้รับการลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่า แต่ไม่เกินอัตราร้อยละ 10 ของเงินได้ หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนหมวดต่างๆแล้ว

    2. เงินสนับสนุนการกีฬา
    ได้แก่ เงินสนับสนุนการกีฬาตามที่รัฐกำหนด โดยสามารถหักค่าลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของเงินบริจาค แต่ไม่เกินร้อยละ 20 ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน โดยเงินบริจาคนี้มีกรอบเวลากำหนดให้ใช้ได้ในระหว่างปีภาษี 2548 – 2551 นั่นหมายความว่าปัจจุบันโครงการนี้ได้หมดอายุลงแล้ว จึงไม่สามารถลดหย่อนได้อีก

    3. เงินบริจาคการกุศลสาธารณะ
    ได้แก่ เงินที่บริจาคให้วัดวาอาราม สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล สถานการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน โดยหักลดหย่อนได้กับจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อนและเงินบริจาคในข้อ 1 และ 2 ข้างต้นแล้ว

    ดังนั้น เมื่อดูรายการทั้ง 3 หมวด จะพบว่าหมวดที่ 1 คือเงินบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษา ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุด คือ 2 เท่าของยอดเงินที่บริจาค (ขณะที่หมวดที่ 2 ยกเลิกสิทธิไปแล้ว )

    อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนบริจาค ได้แก่ รายชื่อสถานศึกษาที่สามารถลดหย่อนได้ 2 เท่า และ วัตถุประสงค์ของการบริจาคว่า เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

     
  • admin 4:12pm on 22/01/2015 Permalink
    Tags:   

    ยุคทองของการบริจาคเพื่อการกุศล 

    แม้ว่าภัยธรรมชาติ, ความยากจน, ความหิวโหย, โรคภัย, และปัญหาสิ่งแวดล้อมที่คืบคลานเข้ามาจะเป็นข่าวเด่น แต่ก็มีการสังเกตเห็นแนวโน้มอย่างหนึ่งที่น่ายินดีอย่างยิ่งด้วย นั่นคือมีการแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากขึ้น. คำประกาศต่าง ๆ เกี่ยวกับเศรษฐีบางคนที่บริจาคเงินหลายร้อยล้าน กระทั่งหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อวัตถุประสงค์ที่น่ายกย่องบางครั้งก็ทำให้มีข่าวครึกโครมออกมา. บรรดาผู้มีชื่อเสียงมักจะชอบใช้ชื่อเสียงของตนเพื่อดึงผู้คนให้หันมาสนใจปัญหาร้ายแรงต่าง ๆ. แม้แต่คนที่มีฐานะปานกลางหลายคนก็บริจาคเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ กันไป. แต่การช่วยเหลือทางการเงินอย่างใจกว้างจะช่วยได้ถึงขีดไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะยาว?

    กระแสแห่งการให้ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นในหลายดินแดน. แหล่งข้อมูลหนึ่งกล่าวว่า “ในตอนต้นของศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด มีมูลนิธิ [เพื่อการกุศล] มากขึ้นกำลังถือครองทรัพย์สินมากขึ้นในประเทศต่าง ๆ มากยิ่งกว่าที่เคยมีมา เมื่อมีคนรวยมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็เป็นที่คาดหมายว่าการให้จะดำเนินต่อไป. ไม่เพียงแต่ที่บางคนจะให้ทรัพย์สินได้มากขึ้น แต่เมื่อคนร่ำรวยเสียชีวิตและได้ละทรัพย์สินของตนเอาไว้ ก็เป็นที่คาดหมายว่าทรัพย์สินส่วนที่จะยกให้องค์กรการกุศลก็จะเพิ่มขึ้นด้วย. ด้วยเหตุผลที่ดี ดิ อิโคโนมิสต์ วารสารข่าวของบริเตนได้กล่าวว่า เราอาจกำลังเห็นการเริ่มต้นของ “ยุคทองของการบริจาคเพื่อการกุศล.”

    ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดกระแสเช่นนี้ก็คือ ความล้มเหลวของรัฐบาลต่าง ๆ ในการจัดการกับปัญหาเร่งด่วนที่มีอยู่ทั่วโลก. ทูตพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติด้านเอชไอวี/เอดส์ในแอฟริกาได้อ้างถึง “สภาพที่ขาดการนำหน้าอย่างสิ้นเชิงของผู้นำทางการเมือง” ว่าเป็นเหตุผลอย่างหนึ่งที่ทำให้คนที่มีชื่อเสียงจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องสุขภาพทั่วโลก. โจเอล ไฟลช์แมน กล่าวไว้ในหนังสือของเขาที่ชื่อมูลนิธิ: ความลับที่ยิ่งใหญ่ของชาวอเมริกัน—วิธีที่ความมั่งคั่งส่วนตัวกำลังเปลี่ยนโลก (ภาษาอังกฤษ) ดังนี้ ไม่ว่าปัญหานั้นจะเกี่ยวข้องกับความยากจน, การรักษาพยาบาล, สิ่งแวดล้อม, การศึกษา, หรือความยุติธรรมในสังคม คนร่ำรวยโดยเฉพาะกำลัง “รู้สึกเหลืออดเหลือทนมากขึ้นเรื่อย ๆ กับรัฐบาลและนานาชาติที่ไม่ได้ออกความพยายามมากพอเพื่อปรับปรุงหรือแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้ดีขึ้น” ด้วยความปรารถนาที่จะปรับปรุงสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้น เศรษฐีใจบุญบางคนจึงได้พยายามนำวิธีการต่าง ๆ ที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จทางธุรกิจมาใช้กับเรื่องนี้

    ความสำเร็จของการบริจาคเพื่อการกุศลไม่ว่าจะเพื่อวัตถุประสงค์ใดก็ตาม มักจะมีขีดจำกัดเสมอ. เพราะเหตุใด? เหตุผลหนึ่งก็คือ ไม่ว่าเงิน หรือการศึกษาที่ดีก็ไม่อาจขจัดปัญหาต่าง ๆ อย่างเช่น ความโลภ, ความเกลียดชัง, อคติ, ลัทธิชาตินิยม, การถือเผ่า, และความเชื่อทางศาสนาแบบผิด ๆ. แม้ว่าสิ่งที่กล่าวมานี้จะทำให้มนุษยชาติมีความทุกข์ยากมากขึ้น แต่นั่นก็ไม่ใช่ต้นตอของความทุกข์ยาก. ดังที่คัมภีร์ไบเบิลชี้ให้เห็น มีปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญยิ่งกว่านั้นเกี่ยวข้องอยู่ด้วย

     
  • admin 4:22pm on 15/12/2014 Permalink
    Tags: การบริจาคโลหิต   

    การบริจาคโลหิต เหมือนเป็นการต่อชีวิตให้แก่เพื่อนมนุษย์ 

    ปัจจุบันโลหิตที่ได้รับบริจาคในแต่ละวันนั้นของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย นั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ต้องการรับโลหิต สืบเนื่องจากมีผู้ต้องการใช้โลหิตเป็นจำนวนมากทั่วทั้งประเทศ ถึงแม้จะมีผู้บริจาคโลหิตเป็นจำนวนมากแต่ก็ยังไม่เพียงพอ การบริจาคโลหิตเป็นเสมือนการต่อชีวิตให้แก่เพื่อนมนุษย์ หลายครั้งที่คลังโลหิตไม่สามารถจัดหาโลหิตมาสำรองไว้ได้ตามเป้าที่วางไว้ ทำให้เกิดความเดือดร้อนในการต้องหาโลหิตโดยเร่งด่วน ทำให้การรักษาผู้ป่วยล้าช้าหรือไม่สามารถกระทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งบางคราวโลหิคที่ได้รับบริจาคมานั้นก็ไม่สามารถนำไปใช้ ที่ทางศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติต้องการขอรับบริจาคจากผู้ที่มีจิตอันเป็นกุศล

    เนื่องจากโลหิตเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยเหลือชีวิตมนุษย์ให้อยู่รอด นักวิทยาศาสตร์ได้พยายามค้นคว้ามาเป็นเวลานาน แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จในการหาสารประกอบอื่นๆที่มาทดแทนโลหิตได้ ฉะนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องให้โลหิตจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่งด้วยการบริจาคนั่นเอง การบริจาคโลหิต คือการสละโลหิตส่วนเกินที่ร่างกายไม่จำเป็นต้องใช้ เพื่อให้กับผู้ป่วย เป็นสิ่งที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายเลย เพราะร่างกายแต่ละคนจะมีปริมาณโลหิตประมาณ 17-18 แก้วน้ำ ซึ่งร่างกายใช้เพียง 15-16 แก้วเท่านั้น ส่วนที่เหลือนั้นสามารถบริจาคให้ผู้อื่นได้

    การบริจาคโลหิต

    เป็นการเก็บโลหิตจากผู้มีความประสงค์จะบริจาค แล้วนำโลหิตดังกล่าวผ่านกระบวนการคัดกรอง หากมีคุณสมบัติที่ดีจะถูกนำไปเก็บในธนาคารโลหิต หรือส่งไปยังโรงพยาบาลต่างๆเพื่อนำออกมาใช้ในยามฉุกเฉิน ซึ่งการบริจาคโลหิตสามารถทำได้ทุกๆ 3 – 4 เดือน ตามความเหมาะสมของสภาพร่างกายของบุคคลที่จะบริจาค ซึ่งผู้บริจาคจะต้องมีคุณสมบัติประกอบกับสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ซึ่งมีหน่วยเคลื่อนที่บริการในการรับบริจาคโลหิต หรือสามารถบริจาคได้ที่ศูนย์รับบริจาคประจำจังหวัด ของสภากาชาดไทย

    การบริจาคโลหิตเป็นการเอาโลหิตออกจากร่างกาย

    ซึ่งเป็นโลหิตส่วนเกินที่ร่างกายไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรในปริมาณครั้งละ 300 – 400 มิลลิลิตร หรือประมาณ 7 % ของปริมาณโลหิตในร่างกายทั้งหมด โดยพิจารณาปริมาณโลหิตจากน้ำหนัก ถ้าน้ำหนัก 1 กิโลกรัม จะมีโลหิต 80 มิลลิลิตร เพราะฉะนั้นการที่เอาโลหิตออกจากร่างกายในปริมาณดังกล่าว ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย แต่จะช่วยกระตุ้นให้ไขกระดูกผลิตเม็ดโลหิตใหม่ขึ้นมาทดแทน ทำให้ระบบไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น และทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง

     
  • admin 5:04pm on 28/11/2014 Permalink  

    แนะนำวิธีการสร้างบุญกุศลที่ทำได้หลายวิธี และส่งผลดีต่อชีวิต 

    greaterlacfc.org

    การบริจาคสามารถทำได้หลากหลายวิธีเป็นการยอมสละสิ่งของที่เป็นของตนให้กับผู้อื่น เพื่อแบ่งปันให้กับผู้ที่เดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นของใช้หรือเงินทองก็ตาม ก็ได้บุญทั้งสิ้น สำหรับการบริจาคควรเป็นสิ่งของที่สามารถใช้งานได้และเป็นประโยชน์ต่อผู้รับ การบริจาคจะช่วยให้ผู้บริจาคมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง มีความโชคดีในชีวิต นอกจากการบริจาคแล้วยังมีวิธีการทำบุญในรูปแบบอื่นๆอีกมากมาย จะขอแนะนำวิธีการทำบุญแบบต่างๆ ดังนี้

    1.การให้ทาน เป็นการให้วัตถุสิ่งของ เป็นการให้ด้วยความเต็มใจไม่หวังสิ่งตอบแทน หรือการให้อภัยก็ถือเป็นการให้ทานเช่นกัน

    2.การสมาทานศีล การกระทำที่ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น

    3.การภาวนา การระวังตัวเองไม่ให้เกิดทุกข์ รู้สึกตัวเองไม่ให้ก่อทุกข์ขึ้น โดยใช้กระบวนการคิดที่รอบคอบ

    4.ความอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นการทำบุญที่ง่ายที่สุด เป็นการแสงความอ่อนโยนลดตัวตนของตนเอง

    5.เต็มใจช่วยเหลือผู้อื่น การรวมตัวกันเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น การบำเพ็ญประโยชน์ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

    6.การแสดงธรรม ไม่จำเป็นต้องเป็นพระสงฆ์ก็ได้ หากมีความปรารถนาดีในในการบอกทางที่ถูกต้องให้กับผู้อื่น นับเป็นการแสดงธรรมทั้งสิ้น

    7.การฟังธรรม เป็นการทำบุญอีกทางหนึ่งเช่นกัน เป็นการเพิ่มพูนความรู้ที่ถูกต้อง ก่อให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข

    8.การมอบความดีให้แก่กันและกัน เผื่อแผ่ความดีให้กับผู้อื่น วางใจเป็นกลาง ด้วยการตั้งความปรารถนาดีแก่บุคคล ทั้งที่เป็นที่รักและที่เคยเกลียดชัง ให้สิ่งเหล่านั้นหายขาดเลิกแล้วต่อกัน

    9.การพลอยยินดีกับผู้อื่น  ยินดีกับความดีของผู้อื่น สร้างกำลังใจให้กับสังคม สลายความอิจฉาริษยาที่อยู่ในใจ

    10.ทำความเห็นให้ตรง เมื่อผ่านเรื่องราวต่างๆมาแล้ว ควรคิดทบทวนว่าสิ่งใดควรทำสิ่งใดไม่ควรทำ เมื่อพบว่าสิ่งใดไม่ดีควรตัดออกไปจากชีวิต

    จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นการทำบุญสามารถทำได้ง่ายๆ แต่สิ่งสำคัญคือต้องทำด้วยใจที่บริสุทธิ์ไม่หวังผลตอบแทน เป็นการทำด้วยใจ ไม่ว่าจะทำด้วยวิธีย่อมเป็นการทำบุญทั้งสิน และสิ่งเหล่านี้จะย้อนมาหาตัวเราเอง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านความเจริญในหน้าที่การงาน การเงิน การดำรงชีวิต เป็นต้น

     
  • admin 12:50pm on 31/10/2014 Permalink
    Tags: เดิน-วิ่งมินิมาราธอน   

    การจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศลเพื่อช่วยเหลือสังคม 

    การออกกำลังกาย เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ช่วยให้มีสุขภาพแข็งแรงการออกกำลังกายที่เหมาะสม จะช่วยชะลอความแก่และชีวิตมีความสุขการออกกำลังกายด้วยการเดิน-วิ่งเหยาะๆ มีคุณอนันต์ต่อร่างกายและจิตใจประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย การรณรงค์ให้ประชาชนคนไทยออกกำลังกายเพื่อสุขภาพด้วยการเดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพด้วยวิถีธรรมชาติ นอกจากจะได้ใช้เวลาร่วมกันในการดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีแล้ว ยังได้ร่วมกันทำสาธารณะประโยชน์เพื่อผู้อื่นที่ยากลำบากกว่า เป็นการช่วยปลูกพลังจิตอาสา บ่มเพาะพลังแห่งความดีงามให้เกิดขึ้นในจิตใจ เป็นแรงบันดาลใจในการร่วมกันสร้างสุขภาวะให้กับสังคมต่อไป

    กิจกรรมเดิน-วิ่งมินิมาราธอน

    มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนสังคมไทยให้เกิดความคิดที่จะเปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตดีขึ้นและสังคมดีขึ้น จึงได้นำการวิ่งมาสร้างเป็นกิจกรรมเพื่อให้คนส่วนใหญ่สามารถเข้าร่วมได้ มีเป้าหมายที่จะหารายได้เพื่อเป็นทุนในการผ่าตัดผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจ ของมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ เพื่อทำให้เด็กมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเริ่มต้นจากตัวเองเพื่อสุขภาพกายและจิตใจที่แข็งแรงและส่งต่อพลังสู่สังคมไทย โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรไม่หักค่าใช้จ่าย จะมอบให้แก่มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ เพื่อผ่าตัดให้เด็กที่ป่วยด้วยโรคหัวใจ

    นอกจากจะส่งเสริมให้ครอบครัวและประชาชนทั่วไปได้ออกกำลังกายและทำกิจกรรมร่วมกันแล้ว ยังเป็นช่องทางช่วยประชาสัมพันธ์งานของมูลนิธิให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และที่สำคัญคือ เป็นการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิในการจัดกิจกรรมช่วยเหลือสังคมที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน

    กติกาการแข่งขันเดิน-วิ่งมินิมาราธอน

    1.การแข่งขันในสนามวิ่งนี้ เป็นสนามวิ่งอันทรงเกียรติ การตัดสินของกรรมการถือเป็นเด็ดขาด ห้ามนักวิ่งที่ขาดสปีริต ไม่รู้แพ้ รู้ชนะ ไม่มีน้ำใจนักกีฬา
    2.ผู้สมัครต้องมีอายุตรงตามกลุ่มอายุที่สมัคร พร้อมทั้งแสดงหลักฐาน บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง ที่มี วัน-เดือน ปีเกิด ที่มีรูปถ่ายติดอยู่ก่อนเข้ารับถ้วยรางวัล
    3.นักวิ่งต้องผ่านจุด Check Point ครบถ้วน พร้อมแสดงสัญลักษณ์
    4.นักวิ่งต้องติดหมายเลขประจำตัววิ่งไว้ที่หน้าอกเสื้อ มองเห็นชัดเจน

     
  • admin 10:42am on 26/09/2014 Permalink
    Tags: Ice Bucket Challenge, กติกาท้าความหนาว, บริจาคเพื่อการกุศล   

    เกาะกระแสฮิต Ice Bucket Challenge บริจาคเพื่อการกุศล 

    เป็นกระแสที่แพร่ไปทั่วโลกภายในชั่วพริบตา สำหรับแคมเปญการกุศล Ice Bucket Challenge ที่ทุกคนจะต้องเอาน้ำผสมน้ำแข็งเย็นจัดเทราดตัว ก่อนจะส่งคำท้าไปให้เพื่อนๆต่อกันเป็นทอดๆ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยโรค ALS หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง Ice Bucket Challenge คือ แคมเปญที่เริ่มต้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2014 ที่ผ่านมา โดย พีท ฟราเทส อดีตนักกีฬาเบสบอลจากบอสตัน คอลเลจ วัย 29 ปี ซึ่งเขาป่วยเป็นโรค ALS หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงมาตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งการท้าทายของเขาได้กลายเป็นกระแสระบาดทางออนไลน์ไปยังผู้คนทั่วโลก โดยแคมเปญนี้ได้ทำขึ้นเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักถึงโรค ALS และระดมเงินบริจาคให้กับการทำวิจัยและช่วยเหลือผู้ป่วยโรคดังกล่าว ซึ่งความร้ายแรงของโรคสามารถทำลายสมองและไขสันหลังที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของมนุษย์ได้

    Ice Bucket Challenge เป็นกระแสแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

    ก็เพราะบุคคลที่ได้รับคำท้าล้วนแต่เป็นผู้มีชื่อเสียง ดารา เซเลบทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดีบารัค โอบามา แต่เขาปฏิเสธคำท้าดังกล่าว โดยเลือกบริจาคเงิน 100 ดอลลาร์แทน และคนอื่นๆที่ร่วมสนุกเอาน้ำราดตัว อาทิ บิลล์ เกตส์, เจฟฟ์ เบซอส ซีอีโอ ของอเมซอน, มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก, ทิม คุก ซีอีโอของบริษัทแอปเปิล, ลาร์รี่ เพจ และ เซอเจย์ บรินน์ ผู้บริหารกูเกิล นอกจากนี้ยังมีคนดังทั้งจากวงการกีฬา, ดนตรี, ไอที และดารานักแสดงร่วมสนุกอย่างมากมาย

    กติกาท้าความหนาวของ Ice Bucket Challenge

    คือต้องท้าทายบุคคล 3 คนว่าจะยอมเอาน้ำเย็นราดหัวตัวเองภายใน 24 ชั่วโมง หรือยอมบริจาคเงินให้กับ ALS Association? จากนั้นผู้ที่รับคำท้าต้องกล่าวท้าทายบุคคลอื่นอีก 3 คน ก่อนที่จะเอาถึงน้ำราดหัวตัวเองและถ่ายคลิปเป็นหลักฐานด้วยในแฮชแท็ก ‪#‎IceBucketChallenge คนที่โดนท้าจะต้องเลือกระหว่างการเอาน้ำแข็งเย็นเจี๊ยบราดใส่ตัวเองแล้วจ่ายแค่ 10 ดอลลาร์สหรัฐเมริกา หรือเลือกที่จะไม่สาดน้ำแต่เข้าไปบริจาคเงิน 100 ดอลลาร์ให้กับ ALS Association และที่ Ice Bucket Challenge เป็นกระแสแพร่เป็นไวรัล เมื่อโลกของการสื่อสารเปลี่ยนไป วิธีการทำความดีก็มีเปลี่ยนตาม สังคมออนไลน์เป็นช่องทางหนึ่งที่เป็นทำให้ผู้คนรับรู้ในวงกว้างและระดมทุนได้รวดเร็วกว่าวิธีดั้งเดิมที่เคยปฎิบัติกันมา

    ในเมืองไทย #IceBucketChallengeTH  เพื่อช่วยผลักดันการสร้าง ‘วัฒนธรรมการบริจาคเงินเพื่อการกุศล’ ในประเทศไทย โดยมีการปรับเปลี่ยนกติกาเรื่องการบริจาคให้ผู้ที่ได้รับคำท้าจะต้องทำการบริจาคให้กับองค์กรการกุศลต่างๆแทน พร้อมกับส่งคำท้าไปยังบุคคลสำคัญในวงการอินเทอร์เน็ตและไอทีในเมืองไทย และลามไปสู่เหล่าดารานักแสดงและเซเลบริตี้ในเวลาอันรวดเร็ว สำหรับใครที่อยากจะรู้ว่ามีดารา นักร้อง เซเลบ คนไหนร่วมแคมเปญนี้บ้างก็สามารถไปติดตามกันได้ในแฮชแท็ก #IceBucketChallenge ถ้าเป็นของไทยก็ #IceBucketChallengeTH

     
  • admin 2:18pm on 23/08/2014 Permalink
    Tags:   

    การบริจาคถือเป็นการกุศลที่ยิ่งใหญ่ที่สามารถทำได้ทุกคน 

    บริจาค คือ สิ่งที่เราต้องการให้คนอื่นๆ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ อยากจะให้ เพื่อให้คนอื่นที่เดือนร้อนนำสิ่งที่เราบริจาคไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ผู้บริจาคจะไม่สนใจว่าจะได้รับสิ่งตอบแทนหรือไม่ประการใดจากการบริจาคนั้นๆ การบริจาค เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เป็นการให้ที่เป็นบุญกุศล การที่เรามีสิ่งของอยู่กับตัวเราแล้วไม่เกิดประโยชน์ใดๆ แต่ถ้าหากเรานำไปบริจาคให้กับผู้คนที่เขาต้องการใช้ในสิ่งนั้นๆ (ผู้ให้บริจาคก็ได้รับประโยชน์ คือ สิ่งของที่มีอยู่ไม่รกบ้าน ในกรณีบริจาคเป็นสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ) ผู้ได้รับบริจาคก็ได้รับประโยชน์ ตัวอย่างการบริจาคที่ง่ายๆ คือ ถ้าท่านใดมีหนังสือตำราวิชาการที่ท่านเองเก็บไว้ท่านไม่ได้ใช้ประโยชน์ ท่านสามารถนำไปบริจาคให้คนอื่นๆ เขาได้อ่าน เขาได้เรียนรู้ การบริจาคแบบนี้ ก็เป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน เพราะความรู้จากตำราจากหนังสือต่างๆ จะช่วยให้ผู้รับบริจาคสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ

    ที่ผ่านมาในชีวิตหลายๆ ท่านเคยบริจาคทานอย่างแน่นอนอาจจะไม่มากก็น้อยแล้วแต่ปัจจัยของเราที่มีอยู่ หลายท่านๆ เคยได้รับสิ่งของที่บริจาค เราจะเห็นว่าการบริจาคนั้นเกิดขึ้นเมื่อเกิดความเดือดร้อนกับกลุ่มคนที่ได้รับประสบภัยในด้านต่างๆ แน่นอน คนที่มีกำลังทรัพย์จำนวนมาก ควรที่จะบริจาคให้คนที่เดือดร้อนเหล่านั้น เพราะการที่เราต่างช่วยกับบริจาคดังกล่าวจะทำให้เพื่อนมนุษย์ของเราได้บรรเทาผ่อนคลายความเดือดร้อนลงไปได้ ถึงแม้ว่าการบริจาคอาจจะยังไม่เพียงพอก็ตาม แต่เชื่อว่าสิ่งของที่เขาได้รับ ปัจจัยต่างๆ ที่เขาได้รับ จะทำให้พวกเขาคลายทุกข์ลงไปบ้าง หมดทุกข์ลงไปบ้าง

    เราทุกคนสามารถที่จะบริจาคได้ คือ การบริจาคเวลาในการทำงานให้มากที่สุด ครับ เวลาในการทำงานของแต่ละท่านในแต่ละวันมีความเท่าเทียมกันหมด ไม่มีใครได้รับมากได้รับน้อยกว่ากัน เพียงแต่เราจะทำอย่างไรที่เราจะบริจาคเวลาในการทำงานให้กับองค์กรของเราให้ได้มากที่สุด ความหมายก็คือว่า เราต้องตั้งใจในการทำงานใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด เมื่อเราบริจาคเวลาดังกล่าวแล้ว ถามว่าใครได้รับประโยชน์ แน่นอน ครับ องค์กรของเรา หน่วยงานของเราได้รับประโยชน์อย่างแน่นอน นอกจากการบริจาคเวลาแล้ว ถ้าหากสามารถบริจาคความรักให้เพื่อนร่วมงานเของเราโดยไม่ได้หวังผลอะไร เพื่อนๆ ร่วมงานของเราได้รับความรัก ต่างคนต่างได้ความรักซึ่งกันและกัน องค์กรของเราหน่วยงานของเรา ก็มีแต่ความรักกัน สามัคคีกัน เมื่อนั้น ความสุขก็ตามมา ดังนั้น เรามาช่วยกัน บริจาค ตั้งแต่วันนี้ร่วมกัน เพื่อให้เราทุกคนได้รับแต่สิ่งที่ดีๆ ที่เป็นประโยชน์ และที่สำคัญ คือ สิ่งใดที่อยู่กับตัวเราแล้วไม่เกิดประโยชน์ เรามาลองบริจาคให้คนอื่นเพื่อเขาจะได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อไป หากเป็นเช่นนี้แล้ว สังคมไทยของเราก็จะร่มเย็นเป็นสุข มีแต่ผู้มีจิตศรัทธา มีแต่ผู้มีเมตตา ในการบริจาคตลอดกาล

     
  • admin 10:55am on 31/07/2014 Permalink
    Tags: กิจกรรมการตลาด, องค์กรธุรกิจ   

    การตลาดอิงการกุศลกับการตอบแทนสังคมและเพิ่มยอดขาย 

    การทำการตลาดอิงการกุศล เป็นรูปแบบกิจกรรมที่นอกเหนือจากจะให้สิ่งดีๆ กลับไปที่สังคมแล้วยังให้ประโยชน์กับองค์กรโดยสามารถคำนวณผลลัพธ์ตอบแทนกลับมาเป็นตัวเงินได้ด้วย เพราะเป็นการอุดหนุนหรือการบริจาครายได้ส่วนหนึ่งจากการขายผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยเหลือและร่วมแก้ไขประเด็นปัญหาทางสังคมเฉพาะ หรือให้แก่องค์กรการกุศลที่ระบุไว้ในกิจกรรมการตลาด โดยกิจกรรมเหล่านี้องค์กรธุรกิจจะต้องร่วมมือกับองค์กรที่ไม่มีวัตถุประสงค์แสวงหากำไร เพื่อสร้างสัมพันธ์ภาพในประโยชน์ร่วมกันด้วยวิธีการเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์และนำเงินรายได้ส่วนหนึ่งไปสนับสนุนกิจกรรมการกุศล และยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือการกุศลโดยการซื้อผลิตภัณฑ์อีกด้วย สำหรับกิจกรรมการตลาดอิงการกุศล อย่างเช่น คอนเสิร์ตการกุศลที่จัดโดยองค์กรภาคธุรกิจเพื่อมอบรายได้ส่วนหนึ่งให้กับองค์การกุศลต่างๆ


    องค์ประกอบการทำกิจกรรมการตลาดอิงการกุศลที่ดี คือ ต้องพิจารณาถึงการเลือกปัญหาสังคมที่จะให้การสนับสนุน ควรเป็นปัญหาที่อยู่ในความสนใจของผู้บริโภคและเป็นองค์กรการกุศลที่มีผลงานการช่วยเหลือสังคมนอกจากนั้นการประชาสัมพันธ์กิจกรรมจะต้องสื่อถึงความสำคัญของปัญหาด้วย ซึ่งลูกค้าจะสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือได้อย่างไร และสื่อให้เห็นถึงความตั้งใจจริงขององค์กรธุรกิจในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสังคมนั้นๆ ฉะนั้นแล้วกิจกรรมการตลาดอิงการกุศลควรกำหนดรูปแบบ แนวทางการบริจาครายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายให้มีความชัดเจน และมีระยะเวลาที่แน่นอน ในระหว่างการดำเนินกิจกรรม ที่สำคัญควรมีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคได้ทราบความคืบหน้าของเงินสมทบทุนเป็นระยะเพื่อความโปร่งใส ทำให้ผู้บริจาคมีความเชื่อมั่นว่าเงินที่ได้จากการรับบริจาคที่ได้ร่วมกันบริจาคไปนั้น เสามารถนำไปถึงมือผู้รับอย่างแน่นอน
    ทั้งนี้องค์กรธุรกิจควรดำเนินกิจกรรมการตลาดอิงการกุศลด้วยความซื่อสัตย์ มีจริยธรรมทางธุรกิจ โปร่งใส ไม่และให้ความช่วยเหลือปัญหาสังคมนั้นๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดกิจกรรมด้านการกุศลเป็นประจำเพื่อจะได้นำเงินที่ได้จากการกิจกรรมเหล่านี้มาช่วยสนับสนุนให้แก่สังคมอีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาสังคมได้อย่างยั่งยืน

     
  • admin 3:22pm on 26/06/2014 Permalink
    Tags:   

    การบริจาคนอกจากจะได้บุญแล้วยังช่วยลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย 

    การบริจาคให้กับวัด มูลนิธิ หรือสถานศึกษา การบริจาคเหล่านี้สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกินร้อยละ 10 หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ แต่การบริจาคในบางครั้งก็ไม่สามารถนำมาลดหย่อนได้ เพราะการบริจาคนั้นผู้ที่บริจาคต้องมีชื่อที่กรมสรรพากรได้ระบุไว้ โดยเราสามารถเข้าไปดูได้ว่าสถานที่เราบริจาคนั้นสามารถลดหย่อนภาษีได้หรือไม่ เมื่อบริจาคแล้วควรนำใบเสร็จหรือใบอนุโมทนามาลดหย่อนได้ทันที และเงินที่ได้จากการลดหย่อนก็สามารถนำไปบริจาคได้อีกด้วย

    การบริจาคช่วยลดภาษีได้ 2 เท่า จะเป็นการบริจาคเกี่ยวกับสถานศึกษา สนับสนุนการศึกษาให้กับรัฐบาล หรือโรงเรียนเอกชนบางแห่ง ซึ่งโรงเรียนเหล่านี้ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงศึกษาธิการ ให้มีรายชื่อตามกำหนด ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาต้องบริจาคเป็นเงินเท่านั้น จึงจะสามารถลดหย่อนได้ การบริจาคหนังสือ สิ่งของ อุปกรณ์การเรียน จะไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ นอกจากนี้ยังต้องมีเอกสารจากสถานศึกษาว่าเงินที่บริจาคนี้เป็นการสนับสนุนการศึกษาตามโครงการจริง

    กรมสรรพากรนั้นมีนโยบายส่งเสริมให้คนช่วยกันบริจาคเงินช่วยเหลือสังคม โดยอนุญาตให้นำไปลดหย่อนได้ เงินบริจาคที่รัฐอนุญาตให้ใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีได้ มีอยู่ด้วยกัน 3 หมวดดังนี้

    1.เงินสนับสนุนเพื่อการศึกษา เงินที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาให้แก่สถานศึกษาของรัฐ โรงเรียนเอกชน และสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
    2.เงินสนับสนุนทางการกีฬา เงินสนับสนุนการกีฬาตามที่รัฐกำหนด โดยสามารถหักค่าลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของเงินบริจาค
    3.เงินบริจาคการกุศลสาธารณะ เงินที่บริจาคให้วัดวาอาราม สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล สถานการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน
    ในหมวดที่ 1 นั้นสามารถลดหย่อนได้ 2 เท่าของยอดเงินบริจาค อย่างไรก็ตามควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่าสถานศึกษาที่บริจาคไปนั้นมีรายชื่ออยู่ในกรมสรรพกร หรือมีวัตถุประสงค์อย่างไรในการบริจาค

    ในปัจจุบันมีหลายองค์กรที่เข้าร่วมกับการกุศล จัดตั้งมูลนิธิ เพื่อรวบรวมรายได้นำไปบริจาคให้กับด้านสถานศึกษา โดยหวังว่าจะนำไปลดหย่อนภาษีในองค์กรของตน หรือหลายคนอาจคิดว่าการลดหย่อนภาษีนั้นไม่คุ้มค่ากับเงินที่บริจาคไป แต่อยากให้คิดใหม่ ว่าการบริจาคนั้นเป็นการทำบุญช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และยังได้ผลตอบแทนทางภาษีเพิ่มเติม ไม่ต้องมาคิดมากเมื่อต้องการจะบริจาค ถือซะว่าเป็นการบริจาคเพื่อส่งเสริมให้เด็กมีอนาคตและเป็นความหวังของประเทศชาติ

     
  • admin 12:53pm on 23/05/2014 Permalink
    Tags:   

    แนวทางการบริจาคสมทบทุนและองค์กรการกุศลให้กับสังคม 

    แนวทางการบริจาคสมทบทุนและองค์กรการกุศลให้กับสังคม

    แนวทางการบริจาคสมทบทุน ผู้บริโภคจะมีความสงสัยหรือไม่เชื่อถือในกิจกรรมการตลาดอิงการกุศลที่ไม่มีความชัดเจนในแนวทางการบริจาคสมทบทุน นักการตลาดควรกำหนดกิจกรรมให้ผู้บริโภคสามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่าจะมีส่วนร่วมในการบริจาคจากการซื้อสินค้าหรือบริการเป็นจำนวนเงินเท่าไร ไม่ว่าจะในรูปแบบของการกำหนดเป็นจำนวนเงินแน่นอนจากการซื้อสินค้าแต่ละหน่วย หรือ คิดเงินสมทบทุนจากร้อยละของราคาสินค้าหรือบริการ ซึ่งผู้บริโภคสามารถคำนวณและรับรู้ถึงจำนวนเงินที่จะมีส่วนร่วมในการบริจาคให้กับองค์กรการกุศลได้อย่างชัดเจน เช่น ซื้อสินค้าทุกกล่องร่วมสมทบทุนให้กับมูลนิธิฯ 10 บาท หรือ ทุกการชำระเงิน ณ จุดขาย ห้างสรรพสินค้าฯ ร่วมสมทบทุนให้กับ มูลนิธิฯ ร้อยละ 0.5 เป็นต้น รูปแบบการบริจาคที่ไม่มีความชัดเจน เช่น การสมทบทุนหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด หรือ สมทบทุนจากร้อยละของกำไร จะมีผลทำให้ผู้บริโภคมีความสงสัยและให้การสนับสนุนลดลง

    กิจกรรมการตลาดอิงการกุศลควรมีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน และมีความสัมพันธ์กับปริมาณเงินที่ต้องการระดมทุนเพื่อสนับสนุนต่อองค์กรการกุศล เช่น ถ้ามีเป้าหมายที่ต้องการระดมเงินสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือปัญหาสังคมเป็นจำนวนมาก ควรมีระยะเวลาของกิจกรรมที่ต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นการดำเนินกิจกรรมตลอดทั้งปี หรือทำกิจกรรมเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ควรมีการประชาสัมพันธ์เป้าหมายหรือจำนวนเงินที่ต้องการสมทบทุนให้ผู้บริโภคทราบอย่างชัดเจนและมีการประชาสัมพันธ์จำนวนเงินที่ได้มีการสมทบทุนไปแล้วในระหว่างกิจกรรม เพื่อจะได้รับการสนับสนุนจากผู้บริโภคเพิ่มเติม พบว่า ผู้บริโภคไทยให้ความสำคัญอย่างมากต่อการประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า ภายหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมการตลาดอิงการกุศลแล้ว มีจำนวนเงินที่ได้ร่วมสมทบทุนให้กับองค์กรการกุศลทั้งสิ้นเท่าไร ได้ทำการศึกษาองค์ประกอบการตลาดอิงการกุศลดังกล่าวข้างต้น ว่ามีผลต่อความตั้งใจสนับสนุนของผู้บริโภคไทยหรือไม่ อย่างไร โดยทำการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 943 คน ในระหว่างเดือน มกราคม ถึง มีนาคม 2552 ใช้การทดสอบโมเดลสมมติฐานกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันและใช้โมเดลสมการโครงสร้าง วิเคราะห์หาความสัมพันธ์ขององค์ประกอบการตลาดอิงการกุศล ความสงสัยในกิจกรรม และความตั้งใจสนับสนุนของผู้บริโภค และประเมินความกลมกลืนของโมเดลแบบข้อมูลเชิงประจักษ์ในภาพรวม ประเมินความกลมกลืนของผลลัพธ์ในส่วนประกอบที่สำคัญของโมเดล พบว่า โมเดลองค์ประกอบการตลาดอิงการกุศลที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสม นอกจากนั้น ผลการวิจัยพบว่า ผู้บริโภคไทยมีแนวโน้มให้การสนับสนุนกิจกรรมการตลาดอิงการกุศล ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีสำหรับองค์กรธุรกิจและนักการตลาดที่จะใช้กิจกรรมการตลาดอิงการกุศลเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งในการแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร อย่างไรก็ตาม กิจกรรมการตลาดอิงการกุศลยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับผู้บริโภคไทย องค์กรธุรกิจควรแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและต้องการให้ความช่วยเหลือสังคมอย่างแท้จริงมากกว่าใช้การทำกิจกรรมการตลาดอิงการกุศลเป็นเครื่องมือการส่งเสริมการตลาดที่มุ่งเน้นสร้างยอดขาย

     
  • admin 11:37am on 02/05/2014 Permalink
    Tags: การพัฒนาชุมชน, สาธารณะกุศล, โครงการรับบริจาค   

    โครงการรับบริจาคข้าวของเครื่องใช้เพื่อช่วยเหลือสังคม 

    โครงการรับบริจาคนั้นเป็นโครงการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ในเชิงสังคม และเชิงคุณธรรม โดยประโยชน์ในเชิงสังคมนั้น เป็นการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชนบท ซึ่งถือว่าเป็นระดับรากหญ้าของประเทศอย่างแท้จริง และยังเป็นการเพิ่มความรักและสามัคคีของคนในประเทศ ซึ่งถึงแม้ว่าจะอยู่กันคนละภาค หรือไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้าซึ่งกันและกัน แต่ก็ยังมีความห่วงใยและช่วยเหลือซึ่งกันและกันเสมอ ส่วนประโยชน์ในเชิงคุณธรรมนั้นเป็นการปลูกฝังจริยธรรมแก่ผู้ที่เข้าร่วมโครงการ เป็นการสร้างความคิดในการรู้จักเป็นผู้ให้ การเสียสละต่อประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน

    เป้าหมายหลักๆของโครงการรับบริจาค

    1.เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนในชนบทให้มีปัจจัยในการดำรงชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนในประเทศไทยด้วยกันเอง มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากขึ้น ซึ่งก็จะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ของคนในแต่ละภาคได้เป็นอย่างดี และถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงปัจจัยเล็กๆ แต่ถ้าเราทุกคนร่วมมือกันก็จะทำให้ประเทศไทยรักและสามัคคีกันและร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองไปได้อย่างแน่นอน

    2.เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์และพัฒนาตนเอง เนื่องจากการที่ได้เดินทางไปยังที่ต่างๆทำให้ได้รับประสบการณ์ทั้งทางตรงและทางอ้อมมากมาย อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างจุดยืนของตัวเองเนื่องจากเป็นการกระทำเพื่อสังคมและส่วนรวม อีกทั้งยังได้รับประโยชน์แก่ตนเอง เนื่องจากเป็นการขัดเกลาจิตใจของตนเอง เพื่อพัฒนา สติ สมาธิ และ ปัญญา ของตนเอง คือนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อตนเองจากการให้และได้รับผลตอบแทน ไม่ว่าจะเป็นความอิ่มเอิบใจ หรือคำขอบคุณจากผู้รับ

    3.เป็นการเพิ่มพูนความสามัคคีของผู้คนในชาติ ทำให้ประเทศชาติ และบ้านเมืองพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเนื่องจากความรักชาติ บ้านเมือง และ พี่น้องบนแผ่นดินเดียวกันของคนในชาตินั่นเอง

    เนื่องจากศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไทยมาเป็นเวลานาน แนวคิดและหลักคำสอนของศาสนาพุทธจึงน่าจะมีอิทธิพลอย่างมากต่อทัศนคติ ความประพฤติ และการดำเนินชีวิตของคนไทยโดยส่วนใหญ่ ความเข้าใจเรื่องการบริจาคแก่วัด และการบริจาคเพื่อสาธารณะกุศลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนา จะช่วยให้เราเข้าใจบทบาทของวัดต่อการพัฒนาชุมชน และการพัฒนาสังคมไทยได้ดีขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดมาตรการการช่วยเหลือเกื้อกูลกันของคนในสังคม เพื่อสร้างความสมานฉันท์ และส่งเสริมการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืนในที่สุด

    เพราะเครือข่ายทางสังคมเป็นช่องทางให้บุคคลได้รับข่าวสารข้อมูลมากขึ้น รับทราบปัญหาและความต้องการของผู้ที่เดือดร้อน รัฐบาลจึงควรมีมาตรการส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนต่างๆสร้างเครือข่ายทางสังคมด้วยการส่งเสริมการทำกิจกรรมในชุมชนอย่างน้อยเดือนละครั้งทุกเดือน เครือข่ายในชุมชนที่เข้มแข็งจะส่งเสริมให้เกิดการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ทั้งในการประกอบอาชีพ และการจัดสรรสวัสดิการภายในชุมชน

     
  • admin 5:32pm on 21/03/2014 Permalink
    Tags: ช่วยเหลือสังคม, องค์กรการกุศล   

    การตลาดที่อิงกับองค์กรการกุศลตอบแทนสังคมและเพิ่มยอดขายไปพร้อมกัน 

    2222(13)
    ในภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจและสังคมที่ทั่วโลกและประเทศไทยกำลังประสบอยู่ในขณะนี้ ปัญหาการเอารัดเอาเปรียบในสังคมได้เพิ่มมากขึ้น ในโลกธุรกิจเองการที่เราจะทำธุรกิจโดยมุ่งหวังแต่กำไรเพียงอย่างเดียวก็ดูเหมือนจะไม่เพียงพอสำหรับมุมมองของลูกค้าและผู้คนในสังคมไปแล้ว ในปัจจุบันความคาดหวังต่อองค์กรคือ นอกเหนือจากจะผลิตสินค้าหรือบริการเพื่อหวังผลตอบแทนเป็นกำไรแล้ว องค์กรนั้นจะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยเช่นกัน และหลายองค์กรโดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกก็เริ่มตื่นตัวกับการมีส่วนร่วมในการทำสิ่งดีๆ เพื่อสังคมมาได้สักพัก

    การทำการตลาดอิงการกุศล ถือเป็นรูปแบบกิจกรรมที่นอกเหนือจากจะให้สิ่งดีๆ กลับไปที่สังคมแล้ว ยังให้ประโยชน์กับองค์กรโดยสามารถคำนวณผลลัพธ์ตอบแทนกลับมาเป็นตัวเงินได้อย่างเป็นรูปธรรมที่สุด การอุดหนุนหรือการบริจาครายได้ส่วนหนึ่งจากการขายผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยเหลือ หรือร่วมแก้ไขประเด็นปัญหาทางสังคมเฉพาะ ซึ่งมีช่วงเวลาที่จำกัดแน่นอน หรือให้แก่องค์กรการกุศลที่ระบุไว้ในกิจกรรมการตลาด โดยกิจกรรมเพื่อสังคมประเภทนี้ องค์กรธุรกิจจะต้องร่วมมือกับองค์กรที่ไม่มีวัตถุประสงค์แสวงหากำไร เพื่อสร้างสัมพันธ์ภาพในประโยชน์ร่วมกัน ด้วยวิธีการเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์ และนำเงินรายได้ส่วนหนึ่งไปสนับสนุนกิจกรรมการกุศล ในขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดโอกาสให้แก่ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือการกุศลผ่านทางการซื้อผลิตภัณฑ์โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอื่นใดเพิ่มเติม

    กิจกรรมการตลาดอิงการกุศล ส่งผลดีต่อองค์กรธุรกิจในแง่ที่ทำให้ลูกค้าเกิดทัศนคติที่ดีต่อองค์กร และการที่เราจัดกิจกรรมนำรายได้ส่วนหนึ่งสมทบทุนกับกิจกรรมเพื่อสังคม ก็ส่งเสริมให้ลูกค้ารู้สึกดีและเต็มใจที่จะซื้อสินค้าหรือบริการจากเรา เพื่อที่เขาจะได้เป็นส่วนหนึ่งของการตอบแทนสังคมด้วย ซึ่งงานวิจัยก็ชี้ให้เห็นว่าถ้าหากมีสองแบรนด์ที่ขายสินค้าคุณภาพและราคาใกล้เคียงกัน แตกต่างกันที่แบรนด์หนึ่งมีการทำ  ลูกค้าก็จะเปลี่ยนไปซื้อสินค้าแบรนด์ที่ทำกิจกรรมเพื่อสังคมด้วยมากกว่า อย่างไรก็ตาม การทำกิจกรรมการตลาดอิงการกุศลที่ไม่รัดกุมอาจถูกมองจากผู้บริโภคว่าเป็นกิจกรรมการตลาดที่ไม่เหมาะสมและไม่ควรให้การสนับสนุน

    กิจกรรมการตลาดอิงการกุศลยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับผู้บริโภคไทย องค์กรธุรกิจควรแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและต้องการให้ความช่วยเหลือสังคมอย่างแท้จริงมากกว่าใช้การทำกิจกรรมการตลาดอิงการกุศลเป็นเครื่องมือการส่งเสริมการตลาดที่มุ่งเน้นสร้างยอดขาย เพื่อการเติบโตขององค์กรและเพื่อการแก้ปัญหาสังคมได้อย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน

    การตลาดที่อิงกับองค์กรการกุศลตอบแทนสังคมและเพิ่มยอดขายไปพร้อมกัน

     
c
compose new post
j
next post/next comment
k
previous post/previous comment
r
reply
e
edit
o
show/hide comments
t
go to top
l
go to login
h
show/hide help
shift + esc
cancel