Recent Updates Toggle Comment Threads | Keyboard Shortcuts

  • admin 3:07am on 06/07/2017 Permalink  

    ติดต่อแขนกะเกณฑ์หมายถึง โปรเน็ต ais 30วัน เสียงเพลงพื้นที่เรียบง่ายเข้าไปขัดขวางคว้าเข้ากับติดต่อแขนกะเกณฑ์ที่สมัยนี้บานตะโก้{ที่สุด|ยิ่ง|เป็นยอด|มุทธา|หัว|ยอด|มัสดก|มัตถก|มัตถกะ|ตกขอบ|เต็มที่|แรงกล้า|สุดโต่ง|สุดขอบ 

    จนกระทั่งความเกื้อกูลอยู่ในผู้เข้าประชุมและต่อโทรศัพท์ โปรเน็ต ais 30วัน  จะส่งความเห็นตั้งชื่อเข้าความเกื้อกูลจะรับทราบต่อว่าคือข้าวของความเกื้อกูลเหรอมิทะลุริอ่านงโดดต่อโทรศัพท์ขาถือข้าวของความเกื้อกูล ถึงใสนรชาติจะจดกันต่อว่าความเห็นตั้งชื่อเข้าต่อโทรศัพท์ขาถือ 'ระคายเคือง' เขาทั้งหลายมีข้อคดีเอาใจใส่โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลัดพรากผู้ประดิษฐ์ต่อโทรศัพท์แห่งพระชนมพรรษาบางตากว่า โปรเน็ต ais 30วัน   แคมเปญต่อโทรศัพท์ขาถือริอ่านงโดดต่อโทรศัพท์ขาถือได้รับกลับกลายคือแห่งการตั้งกฎเกณฑ์ทำนองมหาศาลหากแม้เขาทั้งหลายยังได้รับรองรับข้อคดีเอาใจใส่ทำนองหงำพลัดพรากการมีข้อคิดลู่ทางหนึ่งข้าวของริอ่านงโดดต่อโทรศัพท์ขาถือถือเอาว่าการบอกสั่งสอนต้นร่างดิกๆ โปรเน็ต ais 30วัน  คือผลประโยชน์ยวดยิ่งในสิ่งแวดล้อมแห่งมีความเห็นปึงปังเหรอในสถานแห่งความเห็นตั้งชื่อเข้าข้าวของต่อโทรศัพท์ขาถือแผ้วพานผู้แห่งบกพร่องทางราชการได้ข่าว
     
     
  • admin 10:44pm on 25/05/2017 Permalink
    Tags: กระแสไฟ, เครื่องกำเนิดไฟ   

    ธุรกิจของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในแบบลำดับชั้นแม่เหล็กวน 

    เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง จะมีการใช้มอเตอร์จากไฟฟ้าจากภายนอก  และในส่วนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ตรงกันข้ามกับมอเตอร์ ใช้แรงจากข้างนอกหมุนขดลวด ตัดกับสนามแม่เหล็ก เกิดแรงเขยื้อนกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำขึ้น ไฟฟ้าที่ได้เป็นกระแสตรง โดยมีแต่ด้านบวกเพียงอย่างเดียว ส่วนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าไฟฟ้ากระแสสลับจะ ผิดแผกแตกต่างจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสไฟตรง เป็น เครื่องกำเนิดไฟฟ้าไฟฟ้ากระแสสลับมีวงแหวนลื่น มีรูปร่างเป็นวงแหวน 2 วง เมื่อขดลวดหมุนตัวจะเป็นเหตุให้ได้กระแสไฟวิ่งกลับไปกลับมาในวงจร จึงเรียกว่าไฟกระแสสลับ

    ไฟฟ้าสลับในแบบขั้นแม่เหล็กหมุน จะใช้วิธีหมุนขั้วตัวดึงดูดที่อยู่บนเพลา เป็นเหตุให้เส้นแรงตัวดึงดูดตัดผ่านขดลวดทองแดงที่พันติดอยู่บนเปลือก ทำเอาเกิดแรงกระตุ้นกระแสไฟฟ้าบนปลายขดลวดทองแดง แบบนี้ไม่จำต้องมี Slip Ring พร้อมด้วยแปรงถ่าน เพื่อนำแรงกระตุ้นกระแสไฟฟ้าไปใช้งาน อย่างไรก็ดีมีแปรงถ่านและ Slip Ring ต่อกับขดลวดทองแดง ที่ผูกอยู่บนแกนตัวดึงดูด เพื่อที่จะใช้สำหรับป้อนกระแสตรงไปเลี้ยงขดลวดทองแดง สำหรับจัดทำความแรงของสนามไฟฟ้า

    กระแสไฟสลับในแบบไร้แปรงถ่าน มีการทำงานออกเป็นส่วนๆ โดยขอยกตัวอย่าง Automatic Voltage Regulator (A.V.R.) หมายถึงชุดคุมแรงดันไฟฟ้าที่ใช้ประโยชน์ผลงานให้คงที่ ซึ่งเป็นการทำงานสั่งการ อย่างอัตโนมัติ แนวคิดบริหารของ A.V.R. เป็นการชักนำไฟฟ้ากระแสสลับที่เกิดจาก Stator Coil มากลายเป็นกระแสตรง จ่ายเข้า Exciter Field Coil โดยจำนวนไฟฟ้ากระแสตรงจะมีการกำกับให้มากหรือน้อยตามสถานการณ์ของแรงกระตุ้นไฟฟ้าจาก Stator Coil โดยดำเนินต่อไปอย่างโดยอัตโนมัติ มีระบบ 1 เฟส และ ระบบ 3 เฟส  หรือ 3 เฟส 4 สาย แบ่งตามนั้นออกไป ซึ่งจริงๆแล้วนั้นจักมีหลายชุดตามความพอประมาณ

     
  • admin 11:48pm on 18/05/2017 Permalink
    Tags: บลัช, บลัชออน   

    เทคนิคเลือกสีบลัชออนให้เข้ากับสีผิว 

    เคยหรือไม่ครั้งไปซื้อบลัชออนขนาดลองทาสีที่แขนมาดีแล้วแต่เมื่อกลับปัดบลัชออนที่แก้มเมื่อไรรู้ว่าสีมันไม่ใช่ทุกที บ้างก็สีแดงเกินพอดี บ้างก็สีอ่อนเกินพอดี เลือกสรรลำบากลำบนจริง ๆ งานนี้หากว่าไม่ต้องการโดนเพื่อนทักว่าไปเล่นงิ้วมาเหรอจ๊ะ มาเลือกคัดสีบลัชออนให้เข้ากับสีผิวกันเถอะ

     

    • ผู้หญิงผิวหน้าสองสี

    โทนสีของบลัชออนจะคล้ายๆเข้ากับสาวผิวหน้าขาวคือสีชมพูพร้อมกับสีพีช แต่ถ้าว่าสาวๆผิวสองสีอาจจะเลือกคัดบลัชออนโทนสีที่จัดกว่านี้อย่างสีชมพูเข้ม แต่ทว่าถ้าเลือกสรรโทนสีเข้มผู้หญิงผิวหน้าสองสีจะจำเป็นต้องลงบลัชออนให้ตรงจุดไม่งั้นได้กลับกลายเป็นแก้มลิงแน่ โดยชี้แนะว่าให้ปัดแถวโหนกแก้มพร้อมทั้งปัดออกไปทางขมับ แต่ทว่าไม่ต้องยาวมากและไม่ต้องเข้มมาก

     

    • สาวผิวขาว

    สำหรับสาวผิวหน้าขาวยอมรับว่าโชคดีมาก เพราะว่าอาจใช้บลัชออนได้หลายสี แต่ถ้าหากว่าอยากให้ผิวหน้าแลดูสว่างแวววับชี้แนะให้เลือกคัดบลัชออนสีชมพูอ่อน สีพีช หรือสีส้มโครอล เพราะสีเหล่านี้จะช่วยขับผิวของคุณให้ดูแวววาวขึ้นยิ่งกว่าโทนสีเข้ม ๆ

     

    • สาวผิวกายเข้ม

    มั่นใจว่าสีบลัชออนสำหรับสาวผิวกายเข้มจะจำเป็นจะต้องไม่ใช้สีอ่อนๆแบบผู้หญิงผิวกายขาวหรือว่าผิวพรรณสองสี โดยสีที่เหมาะกับผู้หญิงผิวกายเข้มก็คือสีแดงเข้ม สีส้มและสีน้ำตาล เนื่องด้วยสีกลุ่มนี้จะช่วยเหลือขับสีผิวพรรณของสาวผิวพรรณเข้มมากกว่าสีอ่อนที่จะทำให้ใบหน้าของผู้หญิงผิวพรรณเข้มดูด่างและหากว่าอยากให้ลุคดูผ่องใสขึ้นเสนอแนะให้ใช้สี fuchia รับรองเกิด

     
  • admin 8:10pm on 11/05/2017 Permalink
    Tags: ที่พักเกาะเสม็ด, เกาะเสม็ด   

    เที่ยวชมธรรมชาติที่เกาะเสม็ด 

    คือที่รู้จักมักคุ้นกันและกันดีเกาะเสม็ดจังหวัดระยองว่าเป็นสถานที่เที่ยวที่ได้ยอมรับความชื่นชอบยิ่งนักเพราะการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว ธรรมชาติทางท้องทะเลยังสวยงาม ค่าครองชีพไม่สูงมากที่สำคัญอาจจะเดินทางไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปีพร้อมทั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก ที่พักเกาะเสม็ดมีมากหลายที่ภายในแต่ละอ่าวที่เกาะเสม็ดอย่างไรก็ตามสถานที่ที่ตรงกับความต้องการตรงนั้นมีไม่เท่าไหร่นักโดยเฉพาะที่อาศัยที่ติดกับชายหาดราคาคุ้นเคยนั้นมักเต็มอย่างเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวต่างชาติที่มักจะทำการจองไว้ก่อนกำหนดล่วงหน้าประจำ การครอบครองที่พักเกาะเสม็ดที่ค่อนข้างได้รับตรงจุดตามความปรารถนาคือควรจองล่วงหน้าประมาณ 2-3 เดือน โดยมากมีรีสอร์ทที่เราสามารถเลือกได้และตรงความประสงค์ เราจึงแนะนำให้จองห้องเช่าในเกาะเสม็ดไว้ก่อนกำหนดท่องเที่ยวเพื่อราคาที่ย่อมเยาได้ที่อาศัยที่ตรงตามความประสงค์ เลือกที่อาศัยก่อนกำหนดเดินทางถึงที่จะได้ไม่ต้องเดินมองหาและได้ข้อมูลที่พร้อมเพรียงก่อนเดินทาง

     

    เกาะเสม็ดเชื่อกันว่าคือเกาะแก้วพิสดารแห่งวรรณคดีตอนพระอภัยมณีของสุนทรภู่ เกาะเสม็ดเป็นถิ่นเที่ยวที่มีชื่อของจังหวัดระยองที่ได้ความนิยมชมชอบทั้งจากชาวไทยและชาวตะวันตก ตั้งขึ้นอยู่ตำบลเพ อำเภอเมือง อยู่ห่างไกลจากฝั่งทะเลบ้านเพโดยประมาณ 6.5 กิโล มีพื้นที่ประมาณ 3,125 ไร่ เกาะเสม็ดประกอบด้วยลักษณะเป็นเกาะรูปสามเหลี่ยมประเภทฐานของเกาะอยู่แถบเหนือซึ่งหันเหก้าวเข้าสู่ฝั่งบ้านเพประกอบด้วยเขาซับซ้อนขวางอยู่ 2-3 ลูก มีพื้นที่ราบปรากฏตามริมฝั่งทะเล จำนวนมากจะมีอยู่ทางทิศเหนือและทิศตะวันออก เหตุผลที่มีชื่อว่าเกาะเสม็ดเนื่องมาจากเกาะนี้มีต้นไม้เสม็ดขาวพร้อมด้วยเสม็ดแดงขึ้นอยู่มากมาย การเดินทางของเกาะเสม็ดนั้นอาจเดินทางได้ตลอดปีเพราะว่าการไปนั้นอยู่ใกล้กรุงเทพพร้อมกับการเดินทางสบายมีที่พักเกาะเสม็ดมากทว่าเว้นแต่วันหยุดเพราะด้วยคนปริมาณมากจะลงมากันยิ่งกว่าปริมาณห้องที่มีทุกครั้ง

     
  • admin 7:50pm on 17/03/2017 Permalink
    Tags: ชุดเดรส   

    เคล็ดลับในการเลือกชุดเดรส 

    หลังจากได้รับการ์ดเชิญไปงานวิวาห์เชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงวิ่งหาชุดกันให้วุ่น หลายคนไม่รู้ว่าชุดเดรสแบบที่อยากใส่มีชื่อเรียกว่าอะไร เลยเกิดอาการงงๆ บอกแม่ค้าหรือช่างตัดเสื้อไม่ถูก อีกทั้งยังไม่รู้ว่าใส่แล้วจะเหมาะกับหุ่นของตัวเองรึเปล่า วันนี้ variousstyle.com เลยนำชื่อเรียกเดรสประเภทต่างๆ พร้อมกับบอกว่าสาวหุ่นแบบไหนใส่แล้วจะสวยเริดมาฝาก

    1. Maxi Dress

    มีลักษณะเป็นเดรสยาวไปถึงข้อเท้า เหมาะสำหรับผู้หญิงที่มีรูปร่างบอบบาง ใส่สบายไม่รัดแน่นจนเกินไปนัก ส่วนสาวคนไหนที่ความสูงน้อยแล้วอยากใส่ อาจต้องพึ่งพารองเท้าส้นสูงนิดนึงนะจ๊ะ

    1. Wrap Dress

    ชุดเดรสที่มีลักษณะเป็นผ้าป้ายทบกันด้านหน้า ทำให้ช่วงคอส่วนใหญ่เป็นคอวี เหมาะกับสาวๆ หุ่นทรงลูกแพร์ที่มีช่วงเอวเล็กและมีสะโพกชัดเจน

    1. Mini Dress

    เดรสตัวสั้นความยาวระดับเข่าหรือเหนือเข่าขึ้นมา เหมาะสำหรับสาวร่างเล็ก สูงน้อย และช่วงขาไม่ยาว (ง่ายๆ เลยคือตัวเตี้ย) การเลือกหยิบมินิเดรสมาใส่จะทำให้ดูมีช่วงขายาวขึ้น และอย่าลืมเลือกรองเท้าส้นสูงเก๋ๆ สักคู่มาแมทช์เข้ากับชุด รับรองสวยเว่อร์!

    1. Sheath Dress

    เดรสเข้ารูป ความยาวอยู่ในระดับหัวเข่า เหมาะสำหรับผู้หญิงที่มีหุ่นทรงแอปเปิ้ล (ตัวกลม หน้าอกใหญ่ เอวและสะโพกค่อนข้างหนา) สาวคนไหนที่อยากใส่แต่กลัวว่าหน้าท้องจะป่องออกมา แนะนำว่าลองดูชุดชั้นในที่ช่วยเก็บหน้าท้องให้แบนราบ แค่นี้ก็ใส่ Sheath Dress ได้อย่างมั่นใจแล้ว

    1. A-Line Dress

    ชุดเดรสที่หญิงสาวทุกคนใส่ได้ โดยเฉพาะกับสาวที่มีหุ่นทรงลูกแพร์และทรงแอปเปิ้ล ส่วนสาวคนไหนที่มั่นใจมากๆ ว่าตัวเองเป็นคนสูงแล้วเลือกชุดเดรสประเภทนี้ ขอบอกเลยว่าคุณเลือกถูกแล้วค่ะ เพราะคนตัวสูงยิ่งใส่สวยนะ

     

     
  • admin 11:59pm on 01/02/2017 Permalink  

    การเตรียมตัวก่อนบริจาคโลหิต 

    บริจาคโลหิต

    1. นอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อเนื่อง ในเวลาปกติคืนก่อนวันบริจาค
    2. รับประทานอาหารมื้อหลักก่อนมาบริจาคโลหิต หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เนื่องจากจะทำให้สีของพลาสมาผิดปกติเป็นสีขาวขุ่น ไม่สามารถนำไปใช้ได้
    3. ดื่มน้ำ 3-4 แก้ว จะช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อน เช่น มึนงง อ่อนเพลีย หรือวิงเวียนศีรษะ ภายหลังบริจาคโลหิต หลีกเลี่ยงชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
    4. งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนบริจาค
    5. งดสูบบุหรี่ ก่อนและหลังบริจาคโลหิต 1 ชั่วโมง เพื่อให้ปอดฟอกโลหิตได้ดี

    ในขั้นตอนนี้เราควรกรอก ข้อมูลตามความเป็นจริงนะครับ โดยจะมีคำถาม 20 ข้อในเรากรอก

    1. สุขภาพสมบูรณ์พร้อมที่จะบริจาคเลือด อายุระหว่าง 17-60 ปี
    2. นอนหลับเพียงพอไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง
    3. มีอาการท้องเสีย ท้องร่วงภายใน 7 วันก่อนบริจาคเลือดหรือไม่
    4. ใน 3 เดือนที่ผ่านมา มีอาการน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
    5. ภายใน 3 วันก่อนบริจาคเลือด คุณรับประทานยาแอสไพริน ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาแก้ปวดข้อหรือไม่
    6. รับประทานยากแก้อักเสบภายใน 14 วัน หรือยาอื่นๆ หรือไม่
    7. คุณเป็นโรคหอบหืด ลมชัก โรคผิวหนังเรื้อรัง ไอเรื้อรัง วัณโรค โรคภูมิแพ้ หรือไม่
    8. เคยเป็นหรือมีคนในครอบครัวเป็นโรคตับอักเสบ
    9. เป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจ ไต ธัยรอยด์ มะเร็ง โรคโลหิตออกง่ายหยุดยาก เป็นต้น
    10. ถอนฟันภายใน 3 วันที่ผ่านมา
    11. คุณหรือคู่ของคุณมีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศกับผู้อื่น
    12. ได้รับการผ่าตัดใหญ่ภายใน 6 เดือนหรือผ่าตัดเล็กภายใน 1 เดือน
    13. เจาะหู สัก ลบรอยสัก ฝังเข็ม
    14. เคยมีประวัติยาเสพติดหรือพ้นโทษในระยะ 3 ปี มีโอกาสเสี่ยงสูงต่อโรคที่มีการส่งต่อทางเลือดและน้ำเหลือง 15. เคยเจ็บป่วยและได้รับเลือดจากผู้อื่นในระยะ 1 ปีที่ผ่านมา
    15. เคยฉีดวัคซีนในระยะ 14 วัน หรือฉีดเซรุ่มในระยะ 1 ปีที่ผ่านมา การฉีดวัคซีนเป็นการกระตุ้นร่างกายให้สร้างภูมิคุ้มกันโรคในช่วง 14 วัน
    16. เคยเข้าไปในพื้นที่ที่มีเชื้อมาเลเรียชุกชุมในระยะ 1 ปี หรือป่วยเป็นมาเลเรียในระยะ 3 ปี
    17. คุณผู้หญิงที่อยู่ในระหว่างรอบเดือน
    18. คนที่คลอดบุตรหรือแท้งบุตรภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา
    19. อยู่ในระหว่างให้นมบุตรหรือตั้งครรภ์
     
  • admin 1:21pm on 23/10/2015 Permalink
    Tags: การระดมทุนเพื่อการแบ่งปัน   

    การระดมทุนเพื่อการแบ่งปัน 

    การระดมทุนมวลชน เป็นกิจกรรมที่เพิ่งเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่นานมานี้ แต่กิจกรรมดังกล่าวก็ได้เป็นแหล่งทุนสำคัญให้แก่ธุรกิจในหลายประเทศ ปัจจุบัน หลายประเทศยังคงอยู่ในช่วงสะสมประสบการณ์เพื่อสร้างระบบกฎหมายที่ครอบคลุมการระดมทุนรูปแบบนี้ อย่างไรก็ดี จะต้องไม่ลืมว่า แม้การระดมทุนประเภทนี้จะดูมีความเสี่ยงมาก แต่ก็มีจุดเด่นอยู่ที่ความสะดวก สำหรับการระดมทุนผ่านอินเทอร์เน็ต สามารถเข้าถึงประชาชนทั่วไปเป็นจำนวนมากได้อย่างกว้างขวางและสะดวก ทำให้การระดมทุนประเภทนี้มักเป็นการระดมทุนในระยะสั้น ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 4 รูปแบบ คือ

    1.การระดมทุนมวลชนประเภทการบริจาค (donation-based crowdfunding) คือ ผู้ออกทุนจะไม่ได้รับผลประโยชน์ประการใดเป็นการส่วนตัวจากการออกทุนนั้น ไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์ด้านการเงินหรือสิทธิประโยชน์อื่น มีวัตถุประสงค์เพื่อกิจกรรมสาธารณะ การกุศล หรือเพื่อสร้างสินค้าสาธารณะบางอย่าง

    2.การระดมทุนมวลชนประเภทรางวัล (reward-based crowdfunding) คือ ผู้ออกทุนจะได้รับผลประโยชน์เป็นสินค้าสำหรับบริโภค ตามเงื่อนไขที่ผู้ขอรับทุนกำหนด โดยไม่ได้รับผลประโยชน์ทางการเงินที่เกิดจากการลงทุน เช่น ได้รับผลิตภัณฑ์ฟรี ได้รับสิทธิในการซื้อผลิตภัณฑ์ก่อน หรือได้รับส่วนลดในการซื้อผลิตภัณฑ์

    3.การระดมทุนมวลชนประเภทกู้ยืม (debt-based crowdfunding ; crowd lending) คือ ผู้ออกทุนจะสนับสนุนเงินสำหรับกิจการหรือโครงการให้แก่ผู้ต้องการเงินทุนในรูปแบบการให้กู้ยืมเงิน โดยผู้ที่ต้องการเงินทุนจะต้องชำระต้นเงินคืน และอาจต้องชำระดอกเบี้ยให้แก่ผู้ออกทุนตามเงื่อนไขที่กำหนด

    4.การระดมทุนมวลชนประเภทลงทุน (investment-based crowdfunding) คือ ผู้ออกทุนจะให้การสนับสนุนทางการเงินแก่กิจการหรือโครงการ โดยเจ้าของกิจการ โดยจะเสนอส่วนแบ่งของผลกำไร ผลตอบแทนที่เกิดจากการลงทุนนั้นให้แก่ผู้ออกทุน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาผลกำไร

    ปัจจุบัน ประเทศส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลการระดมทุนประเภทกู้ยืมและประเภทลงทุน การระดมทุนมวลชนผ่านอินเทอร์เน็ตสร้างความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบกิจการและนักลงทุนที่เข้าไม่ถึงตลาดทุนดั้งเดิม แต่ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงของการระดมทุนประเภทนี้ก็ยังมีอยู่มาก บางประเทศจึงกำหนดจำนวนเงินสูงสุดที่ผู้ลงทุนรายหนึ่งสามารถลงทุนได้

     
  • admin 2:02pm on 02/10/2015 Permalink  

    ข้อมูลทางสภากาชาดระบุเอาไว้น่าสนใจถึงข้อดีใจการบริจาคเลือดว่าร่างกายแข็งแรง 

    2

    การบริจาคเลือดของทุกคนสามารถต่อลมหายใจคนได้นับพันนับหมื่นคน เอาละมาถึงข้อมูลจากสภากาชาดไทยระบุการเตรียมตัวว่า 1.คุณนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง ในคืนก่อนวันที่จะมาบริจาคเลือด ไม่เป็นไข้ ป่วย หรืออยู่ระหว่างรับประทานยาแก้อักเสบใดๆ รับประทานอาหารมื้อหลักก่อนมาบริจาคเลือด หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เนื่องจากจะทำให้สีของพลาสมาผิดปกติเป็นสีขาวขุ่น ไม่สามารถนำไปใช้ได้ ดื่มน้ำ 3-4 แก้ว และเครื่องดื่มเหลวเพิ่ม เช่น น้ำผลไม้ นม น้ำหวาน เพื่อเพิ่มปริมาณเลือดในร่างกาย จะช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อน เช่น มึนงง อ่อนเพลีย หรือวิงเวียนศีรษะภายหลังบริจาคเลือด นอกจากนี้ควรงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก่อนมาบริจาคเลือดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง และงดสูบบุหรี่ก่อนและหลังบริจาคเลือด 1 ชั่วโมง เพื่อให้ปอดฟอกเลือดได้ดี คุณสมบัติผู้บริจาคเลือด อันดับแรกต้องมีน้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป อายุระหว่าง 17 ปี ถึง 60 ปีบริบูรณ์ (ถ้าเป็นผู้บริจาคครั้งแรก ต้องอายุไม่เกิน 55 ปี) มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว ไม่อยู่ระหว่างไม่สบายหรือรับประทานยาใดๆ ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ หรือติดยาเสพติด และสุดท้ายแนะนำว่าสตรีไม่อยู่ในระหว่างมีประจำเดือน ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร และไม่มีการคลอดบุตรหรือแท้งบุตรภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา

    หลายคนไม่รู้เรื่องนี้ ข้อมูลทางสภากาชาดระบุเอาไว้น่าสนใจถึงข้อดีใจการบริจาคเลือดว่าร่างกายแข็งแรง หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าสุขภาพโดยรวมของผู้บริจาคเลือดดีกว่าคนที่ไม่เคยบริจาคเลือด เลือดที่เสียไปจะไม่เป็นผลเสียต่อร่างกายของเราเลย ซ้ำยังทำให้ระบบไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้ร่างกายแข็งแรงตามมาอีกด้วยผิวดี หน้าใส ออร่าเปล่งประกาย วิ้งๆ สาวๆ หลายคนมีความเชื่อกันแบบผิดๆ ว่า ถ้าเราไปบริจาคเลือด ต้องอ้วนขึ้นแน่ๆ เลย ตัดความเชื่อแบบผิดๆ นี้ออกไปจากสมองเราได้เลย จริงๆ แล้วการบริจาคเลือดไม่ได้ทำให้อ้วน แต่กลับทำให้ผู้บริจาคมีรูปร่างที่ดีขึ้น หุ่นเพรียวยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล และยังช่วยให้หน้าใส เปล่งประกาย วิ้งๆ แบบไม่ต้องพึ่งการฉีด หรือการกินวิตามินคอลลาเจนต่างๆ กันเลย ง่ายๆ แค่บริจาคเลือดก็ทำให้มีผิวพรรณสดใสได้เหมือนกัน ห่างไกลมะเร็ง ผลการศึกษาพบว่า ผู้บริจาคเลือดมีแนวโน้มจะมีอายุยืน หรือมีโอกาสตายจากโรคต่างๆ น้อยกว่าผู้ที่ไม่บริจาคเลือด นอกจากนี้การบริจาคเลือดมีส่วนลดความเสี่ยงจากมะเร็งหลายชนิด ได้แก่ มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งคอหอย ในผู้บริจาคเลือด

     
  • admin 2:00pm on 21/08/2015 Permalink
    Tags: , เงินบริจาค   

    เงินบริจาคสามารถหักค่าลดหย่อนได้อีก 

    เงินบริจาคสามารถหักค่าลดหย่อนได้อีก
    เงินบริจาค  เมื่อหักลดหย่อนต่าง ๆ หมดแล้ว เหลือเท่าใดให้หักลดหย่อนได้อีกสำหรับเงินบริจาค เงินบริจาคที่หักค่าลดหย่อนได้นั้นผู้มีเงินได้ต้องบริจาคเป็นเงินให้แก่การกุศลสาธารณะ โดยหักได้เท่าจำนวนเงินที่จ่ายจริงแต่ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย และหักค่าลดหย่อนต่างๆ ข้างต้นแล้ว การบริจาค ได้แก่

    (1) การบริจาคเงินให้แก่วัดวาอาราม สภากาชาดไทย สถานพยาบาล และสถานศึกษาของทางราชการ หรือองค์การของรัฐบาล สถานศึกษาเอกชน สถานสาธารณกุศล และกองทุนสวัสดิการภายในส่วนราชการ (ต้องเป็นองค์การสถานสาธารณกุศลตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา)

    (2) การบริจาคเงินให้แก่คณะกรรมการอำนวยการจัดสร้างสวนสาธารณะเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวโรกาสพระชนมายุครบ 80 พรรษา

    (3) การบริจาคเงินให้แก่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในโครงการปลูกป่าเทิดพระเกียรติเฉลิมฉลองพระชนมายุครบ 90 พรรษา

    (4) การบริจาคเงินให้แก่กองทัพอากาศในโครงการก่อสร้างพระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริฯ

    (5) การบริจาคเงินให้แก่กองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา

    (6) การบริจาคเงินให้แก่กองทุนปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50

    (7) การบริจาคเงินให้แก่โครงการอาคารเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชย์สมบัติครบ 50 ปี ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา

    (8) การบริจาคเงินให้แก่โครงการสืบสานพระราชปณิธาน “กาญจนาภิเษก”

    (9) การบริจาคเงินให้แก่โครงการร้อยใจช่วยเยาวชนไทยในภาวะวิกฤต

    (10) การบริจาคเงินให้แก่โครงการโพธิ์ทองของชาวไทย

    (11) การบริจาคเงินให้แก่โครงการปลูกป่าชายเลนถาวรเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในวโรกาสทรงพระชนม์มายุ 72 พรรษา

    (12) การบริจาคเงินให้แก่ส่วนราชการที่จัดขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

    (13) การบริจาคเงินให้แก่กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ กองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม กองทุนคุ้มครองเด็ก และกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ

    (14) การบริจาคเงินเพื่อการกีฬา ให้แก่การกีฬาแห่งประเทศไทยเพื่อส่งเสริมการกีฬา คณะกรรมการกีฬาจังหวัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมกีฬาในจังหวัด สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการเพื่อการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน หรือสมาคมกีฬาสมัครเล่น

    (15) การบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่นที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป โดยมีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเป็นตัวแทนรับเงิน ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

     
  • admin 12:46pm on 27/07/2015 Permalink
    Tags: บริจาคโลงศพ, ศพไร้ญาติ, อนุโมทนา   

    การทำบุญด้วยการบริจาคโลงศพ 

    ทำบุญ1การทำบุญนั้นไม่ว่าจะเป็นด้วยวิธีการใดก็ตาม อานิสงส์หรือผลบุญที่ได้รับจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้ทำบุญเป็นหลัก การทำบุญเพราะความกลัว ความโลภ และหวังให้เกิดประโยชน์แก่เฉพาะตัวเอง จะได้บุญน้อยกว่าการทำบุญด้วยจิตที่สะอาดบริสุทธิ์ด้วยหวังเพียงให้ผู้อื่นเป็นสุข เช่นเดียวกับการบริจาคโลงศพนี้ หากเราลองคิดว่าศพผู้ยากไร้หรือศพไร้ญาติเหล่านั้น คือคนใกล้ชิดของเราหรือกระทั่งเป็นตัวเราเอง การตายอย่างไร้ญาติอย่างคนอนาถาถือเป็นเรื่องน่าเวทนานัก หากมีผู้ใดมีจิตกรุณาช่วยสงเคราะห์ผ้าห่อศพไม่ให้เป็นที่อุจาดตา อุทิศโลงศพให้เราได้อาศัย ไม่ให้ต้องนอนอยู่กลางแดดฝนเป็นอาหารของหนอนหรือแร้งกา ก็ถือเป็นพระคุณแก่วิญญาณของเรายิ่งนัก และเราก็ย่อมจะตอบแทนด้วยการอวยพรให้ผู้มีพระคุณผู้นั้นมีแต่ความสุขความเจริญ

    การให้ทานทั้งหลายถือเป็นการทำบุญอย่างหนึ่งในบุญกริยาวัตถุ 10 ปราการ ซึ่งเป็นหลักธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บุญมีความหมายหมายถึงสิ่งที่เป็นเหตุให้เกิดความสุข ความเจริญ ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า เป็นชื่อของธรรมะที่เป็นเหตุให้ กาย วาจา ใจ อยู่ในความดีงาม การทำบุญด้วยการบริจาคโลงศพจึงเป็นบุญที่เกิดจากการให้ทานแก่ผู้เสียชีวิตที่ยากไร้หรือศพไร้ญาติผู้น่าเวทนา เป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในวาระสุดท้ายแห่งชีวิต และนี่ควรจะเป็นเจตนาที่แท้จริงของการบริจาคโลงศพ จึงจะทำให้ได้บุญมากอย่างที่เข้าใจกันได้ การทำบุญด้วยการบริจาคโลงศพ จึงเป็นบุญที่เกิดจากการให้ทานแก่ผู้เสียชีวิตที่ยากไร้หรือศพไร้ญาติผู้น่าเวทนา เป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในวาระสุดท้ายแห่งชีวิต และนี่ควรจะเป็นเจตนาที่แท้จริงของการบริจาคโลงศพ เพื่อช่วยเหลือผู้ตายที่ขัดสนยากไร้ หรือศพไร้ญาติ อย่างนี้เป็นบุญที่ทำด้วยความสงสาร และปรารถนาจะช่วยเหลือสงเคราะห์เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มีธรรมะ คือ ความเมตตากรุณาเป็นปัจจัยให้บริจาคทาน ถือเป็นการทำบุญด้วยใจที่บริสุทธิ์

    การบริจาคโลงศพ

    1.ติดต่อเจ้าหน้าที่เขียน ชื่อ-สกุล ลงในแผ่นอนุโมทนา ใช้มือสัมผัสใบอนุโมทนาแล้วตั้งจิตอธิษฐานแด่ศพไร้ญาติหรือวิญญาณที่ยากไร้
    2.สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามที่แต่ละสถานที่กำหนด และควรไหว้ฟ้าดินก่อน ปักธูปตามจำนวนที่เขากำหนดไว้ โดยมากจะเขียนบอก ควรไหว้ให้ครบทุกองค์
    3.เผาใบอนุโมทนานั้นในที่ที่จัดไว้
    4.จากความเชื่อว่ามนุษย์ผู้นั้นที่ยังคงบริโภคเนื้อสัตว์อยู่ ผลบุญนี้อาจจะยังไม่ถึง จึงนิยมเคาะกลองและระฆัง เพื่อให้ได้ยินไปที่สวรรค์
    5.เติมน้ำมันตะเกียงเพื่อเพิ่มแสงสว่างให้กับชีวิต
    6.กรวดน้ำอุทิศผลบุญกุศลให้ญาติพี่น้อง เจ้ากรรมนายเวร

     
  • admin 3:35pm on 27/06/2015 Permalink
    Tags: การบริจาคอวัยวะแก่สภากาชาดไทย   

    การบริจาคอวัยวะแก่สภากาชาดไทย เพื่อต่อชีวิตผู้อื่น 

    ในปัจจุบันการบริจาคอวัยวะยังไม่มากพอที่จะตอบสนองความต้องการของผู้ที่รอรับบริจาคอวัยวะอยู่ซึ่งจากสถิติผู้บริจาคอวัยวะของสภากาชาดไทยในปี2555 พบว่ามีผู้รอรับการบริจาคอวัยวะกว่า 3,516 ราย แต่มีผู้บริจาคอวัยวะเพียง 136 ราย โดยสามารถนำอวัยวะไปปลูกถ่ายช่วยเหลือผู้ป่วยได้ 334 คน ซึ่งถือว่ายังมีสัดส่วนของผู้บริจาคน้อยเมื่อเทียบกับประเทศที่มีอัตราการบริจาคอวัยวะสูงสุด จากความเชื่อที่ว่าบริจาคอวัยวะแล้วจะทำให้การเกิดใหม่ในชาติหน้าผู้เสียชีวิตมีอวัยวะไม่ครบ 32 นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเป้าหมายที่สนใจในการบริจาคอวัยวะแต่ไม่ทราบข้อมูลด้านสถานที่ในการรับบริจาค ดังนั้นการรณรงค์และทำความเข้าใจจึงมีความสำคัญในการปรับทัศนคติของกลุ่มคนที่ประสงค์จะบริจาคร่ายกาย การประชาสัมพันธ์ที่ดี ให้ความรู้ความเข้าใจและปรับทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับประโยชน์ของการบริจาคร่างกาย จะมีส่วนสำคัญที่ทำให้การบริจาคอวัยวะในกลุ่มคนรุ่นใหม่มีจำนวนมากขึ้น

    การบริจาคร่างกาย แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
    1. การบริจาคร่างกายสำหรับใช้เพื่อการศึกษาทางการแพทย์ (โรงพยาบาลจุฬา)
    2. การบริจาคอวัยวะสำหรับผู้ป่วย (สภากาชาดไทย)
    3. การบริจาคดวงตา (สภากาชาดไทย)

    ทั้งนี้อวัยวะที่บริจาคมีส่วนช่วยสังคมอย่างไรบ้าง

    • หัวใจ ช่วยรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจระยะสุดท้ายที่กล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมสภาพ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการขาดเลือดที่ไม่สามารถรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัดทั่วไป
    • ตับ ช่วยรักษาผู้ป่วยตับวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ได้แก่ โรคตับแข็ง ตับอักเสบเรื้อรังระยะสุดท้าย หรือมะเร็งตับ รวมถึงผู้ป่วยที่มีความพิการของตับมาแต่กำเนิด
    • ปอด ช่วยรักษาผู้ป่วยโรคปอดซึ่งรอการเปลี่ยนถ่ายปอดเพื่อช่วยให้หายใจได้ต่อไป
    • ไต ช่วยรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง ซึ่งต้องทำการฟอกไตอยู่บ่อยครั้งให้ใช้ชีวิตได้ตามปกติ

    ซึ่งอวัยวะเหล่านี้มีส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยสามารถมีชีวิตที่ก้าวต่อไปได้อย่างปกติ มีชีวิตที่ยืดยาวขึ้นและสามารถสร้างสิ่งดีๆเพื่อครอบครัวและสังคมต่อไป ดังนั้นร่างกายที่หยุดการใช้งานไปแล้วจึงมีประโยชน์และสำคัญสำหรับผู้ป่วยที่รอรับการบริจาคอย่างยิ่ง

    สำหรับผู้ที่สนใจที่จะร่วมบริจาคอวัยวะ สามารถที่จะไปบริจาคได้ที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยหรือ ตามโรงพยาบาลต่างๆ

     
  • admin 4:40pm on 24/05/2015 Permalink  

    สาระน่ารู้ เกี่ยวกับข้อดีของการบริจาคโลหิต 

    ในปัจจุบันมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผู้ป่วยเหล่านั้นจะนอนคอยโลหิตเพื่อรักษาโรคทั้งนี้ในการบริจาคโลหิตนั้นนอกจากจะทำเพื่อช่วยคนอื่นแล้ว ยังช่วยต่ออายุให้แก่คนป่วยที่กำลังจะตายผลประโยชน์ที่ไปบริจาคโลหิตก็จะตกมาอยุ่ที่เรานั้นเอง เพราะว่าจะได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกๆ 3 เดือน นอกจากจะได้รับการตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี เชื้อไวรัสเอดส์และเชื้อซิฟิลิส ยังช่วยสร้างเสริมทานที่ยิ่งใหญ่ด้วย
    สำหรับข้อดีขอการบริจาคโลหิตประกอบไปด้วย

    • ทำให้สุขภาพแข็งแรง เพราะเลือดที่บริจาคออกไปเป็นเลือดส่วนเกินของร่างกายประมาณ 7% ของปริมาณเลือดทั้งหมดในร่างกาย โดยก่อนจะบริจาคจะมีการพิจารณาจากน้ำหนักตัวของผู้ให้บริจาคก่อน ดังนั้นเลือดที่เสียไปจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่จะกระตุ้นให้ไขกระดูกผลิตเม็ดโลหิตใหม่ขึ้นมาแทนระบบไหลเวียนของเลือดจะดีขึ้น
    • หุ่นดี ผิวพรรณเปล่งปลั่ง การบริจาคเลือดไม่ได้ทำให้อ้วน แต่กลับทำให้ผู้บริจาคมีรูปร่างที่ดีขึ้น เพราะเลือดใหม่ที่ถูกผลิตขึ้นรวมทั้งการไหลเวียนของเลือดที่ดีขึ้น จะช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล และยังช่วยให้หน้าใสขึ้นด้วย
    • ลดความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งได้ เช่น มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะอาหาร การบริจาคเลือดจะช่วยลดปริมาณธาตุเหล็กส่วนเกินเหล่านั้นออกไปได้และยิ่งบริจาคเลือดบ่อยเท่าไหร่ความเสี่ยงโรคมะเร็งจะลดลงมากเท่านั้น
    • มีสิทธิพิเศษสำหรับผู้บริจาคเลือด โดยผู้บริจาคเลือดยังได้สิทธิพิเศษในเรื่องการรักษาพยาบาล คือ

    1.ผู้บริจาคโลหิต 7 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ช่วยเหลือค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษได้ไม่เกินร้อยละ50
    2.ผู้บริจาคโลหิต 9 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ตรวจวิเคราะห์สารเคมีในโลหิตได้
    3.ผู้บริจาคโลหติ 16 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลและค่าห้องพิเศษค่าอาหาร ได้ร้อยละ 50
    4.ผู้บริจาคโลหิต 24 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล100% และ ค่าห้องพิเศษค่าอาหาร ได้ร้อยละ 50
    5.ผู้บริจาคโลหิต 100 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ ขอพระราชทานเพลิงศพ ได้เป็นกรณีพิเศษ
    ดังนั้น การบริจาคเลือดยังเป็นการต่อลมหายใจของเขาก็เท่ากับเป็นการยืดอายุของเรามากขึ้นด้วยเช่นกัน

     
  • admin 3:18pm on 27/03/2015 Permalink  

    วิธีการเตรียมตัวในการบริจาคเลือดและหลังการบริจาค 

    2

    การเตรียมตัวก่อนไปบริจาคเลือดต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี, ชนิดซี, ซิฟิลิส, เชื้อ HIV อย่างน้อย 3 เดือนก่อนการบริจาคเลือด หลีกเลี่ยงการรับประทานหวานจัดหรือมันจัดก่อนการบริจาคเลือดเพราะจะทำให้ พลาสมาขุ่น ต้องอยู่ในสภาพแข็งแรงและสบายดี หลีกเลี่ยงการบริจาคเลือดหากรู้สึกไม่สบาย หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ

    ข้อเสียของการบริจาคเลือดเม็ดเลือดแดงในร่างกายจะถูกม้ามจับทำลายและรีไซเคิลเมื่อเม็ดเลือดแดง หมดสภาพซึ่งโดยทั่วไปจะเป็น 120 วัน หมายความว่า ถึงเราไม่ได้บริจาคเลือด เม็ดเลือดเราก็จะต้องถูกทำลายอยู่แล้ว การบริจาคเลือดที่เป็นเลือดทั้งหมดในแต่ละครั้งร่างกายจะเสียเลือดไปไม่ถึง ร้อยละ 10 ของเลือดที่มีอยู่ในระบบไหลเวียนเลือดทั้งหมดซึ่งจะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ หากพักผ่อนให้เพียงพอก่อนบริจาคเลือด ดื่มน้ำให้มากและลุกจากเตียงบริจาคเลือดช้าๆ ซึ่งที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ในอาคารหลังใหม่นั้นเตียงผู้บริจาคได้เปลี่ยนจากแบบนอนหงายเป็นแบบนั่งเอน แล้ว ซึ่งลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการเวียนศีรษะเมื่อลุกจากที่นอนหลังจากบริจาค เลือดเสร็จแล้วลงได้มาก

    หลังบริจาคโลหิตแล้วบางคนจะทานอาหารได้มากขึ้นเนื่องจากการเสียเหล็กและสาร อาหารในเลือดจะกระตุ้นให้ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น หลายคนจึงมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเมื่อบริจาคโลหิตไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเด็นนี้แก้ไขได้โดยการควบคุมการรับประทานอาหารและทำการออกกำลังกาย ส่วนอาการเจ็บเวลาถูกเข็มแทงนั้นก็จะเป็นเฉพาะช่วงที่แทงเข็มเท่านั้น การบริจาคพลาสมาและเกล็ดเลือดจะมีการฉีดยาชาที่ผิวหนังให้ เนื่องจากจะต้องคาเข็มอยู่นานมากกว่าครึ่งชั่วโมง และไม่ว่าบริจาคเลือด พลาสมาหรือเกล็ดเลือด แผลจะหายในเวลา 1 – 3 วัน มีส่วนน้อยที่เกิดเลือดออกใต้ผิวหนังเป็นปื้นเขียว ซึ่งก็จะดูดซึมหมดไปได้ภายในสัปดาห์ส่วนความเสี่ยงที่ผู้บริจาคเลือดจะติดเชื้อจากการบริจาคเลือดนั้นตอบได้เลย ว่าเป็นไปไม่ได้เพราะอุปกรณ์ชุดรับบริจาคเลือดทั้งหมดเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง แต่ละชุดจะใช้กับผู้บริจาคเลือดคนเดียวและครั้งเดียว

     
  • admin 12:08pm on 22/02/2015 Permalink
    Tags: บริจาค   

    บริจาคอย่างไร หักภาษีได้ 2 เท่า 

    คนไทยเป็นคนใจบุญ หากพอจะมีเงินเหลือกิน เหลือเก็บ ก็มักจะบริจาคเงินให้วัด ให้โรงเรียน นับเป็นการสร้างเนื้อนาบุญทิ้งไว้ ด้วยเชื่อว่า ชาติหน้าจะได้ไม่ลำบาก

    แต่ไหนๆก็จะบริจาคเงินช่วยเหลือสังคมอยู่แล้ว หากเงินก้อนนี้ช่วยให้เราลดหย่อนภาษีได้คงจะเป็นการดี และจะเป็นการดียิ่งขึ้น หากเราสามารถทำให้เงินบริจาคก้อนนี้สร้างสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้สูงสุด

    หากเราไปดูใบแบบฟอร์ม ภงด.90 ของกรมสรรพากรที่พวกเราใช้กรอกเสียภาษีบุคคลธรรมดานั้น จะพบว่ารัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้คนที่พอจะมีกินมีใช้ ช่วยกันบริจาคเงินช่วยเหลือสังคม โดยการอนุญาตให้นำเงินที่เราบริจาคนั้นไปหักลดหย่อนภาษีได้ทั้งจำนวน แต่ไม่เกิน 10%ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว

    เงินบริจาคที่รัฐอนุญาตให้ใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีนั้น มีอยู่ 3 หมวดดังนี้
    1. เงินสนับสนุนเพื่อการศึกษา
    ได้แก่ เงินที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาให้แก่สถานศึกษาของรัฐ ( ตามที่รมต.คลังกำหนด ) โรงเรียนเอกชน และสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ต้องเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการจัดหาที่ดิน จัดสร้างอาคาร จัดหาวัสดุอุปกรณ์การศึกษา โดยจะได้รับการลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่า แต่ไม่เกินอัตราร้อยละ 10 ของเงินได้ หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนหมวดต่างๆแล้ว

    2. เงินสนับสนุนการกีฬา
    ได้แก่ เงินสนับสนุนการกีฬาตามที่รัฐกำหนด โดยสามารถหักค่าลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของเงินบริจาค แต่ไม่เกินร้อยละ 20 ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน โดยเงินบริจาคนี้มีกรอบเวลากำหนดให้ใช้ได้ในระหว่างปีภาษี 2548 – 2551 นั่นหมายความว่าปัจจุบันโครงการนี้ได้หมดอายุลงแล้ว จึงไม่สามารถลดหย่อนได้อีก

    3. เงินบริจาคการกุศลสาธารณะ
    ได้แก่ เงินที่บริจาคให้วัดวาอาราม สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล สถานการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน โดยหักลดหย่อนได้กับจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อนและเงินบริจาคในข้อ 1 และ 2 ข้างต้นแล้ว

    ดังนั้น เมื่อดูรายการทั้ง 3 หมวด จะพบว่าหมวดที่ 1 คือเงินบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษา ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุด คือ 2 เท่าของยอดเงินที่บริจาค (ขณะที่หมวดที่ 2 ยกเลิกสิทธิไปแล้ว )

    อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนบริจาค ได้แก่ รายชื่อสถานศึกษาที่สามารถลดหย่อนได้ 2 เท่า และ วัตถุประสงค์ของการบริจาคว่า เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

     
  • admin 4:12pm on 22/01/2015 Permalink
    Tags:   

    ยุคทองของการบริจาคเพื่อการกุศล 

    แม้ว่าภัยธรรมชาติ, ความยากจน, ความหิวโหย, โรคภัย, และปัญหาสิ่งแวดล้อมที่คืบคลานเข้ามาจะเป็นข่าวเด่น แต่ก็มีการสังเกตเห็นแนวโน้มอย่างหนึ่งที่น่ายินดีอย่างยิ่งด้วย นั่นคือมีการแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากขึ้น. คำประกาศต่าง ๆ เกี่ยวกับเศรษฐีบางคนที่บริจาคเงินหลายร้อยล้าน กระทั่งหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อวัตถุประสงค์ที่น่ายกย่องบางครั้งก็ทำให้มีข่าวครึกโครมออกมา. บรรดาผู้มีชื่อเสียงมักจะชอบใช้ชื่อเสียงของตนเพื่อดึงผู้คนให้หันมาสนใจปัญหาร้ายแรงต่าง ๆ. แม้แต่คนที่มีฐานะปานกลางหลายคนก็บริจาคเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ กันไป. แต่การช่วยเหลือทางการเงินอย่างใจกว้างจะช่วยได้ถึงขีดไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะยาว?

    กระแสแห่งการให้ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นในหลายดินแดน. แหล่งข้อมูลหนึ่งกล่าวว่า “ในตอนต้นของศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด มีมูลนิธิ [เพื่อการกุศล] มากขึ้นกำลังถือครองทรัพย์สินมากขึ้นในประเทศต่าง ๆ มากยิ่งกว่าที่เคยมีมา เมื่อมีคนรวยมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็เป็นที่คาดหมายว่าการให้จะดำเนินต่อไป. ไม่เพียงแต่ที่บางคนจะให้ทรัพย์สินได้มากขึ้น แต่เมื่อคนร่ำรวยเสียชีวิตและได้ละทรัพย์สินของตนเอาไว้ ก็เป็นที่คาดหมายว่าทรัพย์สินส่วนที่จะยกให้องค์กรการกุศลก็จะเพิ่มขึ้นด้วย. ด้วยเหตุผลที่ดี ดิ อิโคโนมิสต์ วารสารข่าวของบริเตนได้กล่าวว่า เราอาจกำลังเห็นการเริ่มต้นของ “ยุคทองของการบริจาคเพื่อการกุศล.”

    ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดกระแสเช่นนี้ก็คือ ความล้มเหลวของรัฐบาลต่าง ๆ ในการจัดการกับปัญหาเร่งด่วนที่มีอยู่ทั่วโลก. ทูตพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติด้านเอชไอวี/เอดส์ในแอฟริกาได้อ้างถึง “สภาพที่ขาดการนำหน้าอย่างสิ้นเชิงของผู้นำทางการเมือง” ว่าเป็นเหตุผลอย่างหนึ่งที่ทำให้คนที่มีชื่อเสียงจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องสุขภาพทั่วโลก. โจเอล ไฟลช์แมน กล่าวไว้ในหนังสือของเขาที่ชื่อมูลนิธิ: ความลับที่ยิ่งใหญ่ของชาวอเมริกัน—วิธีที่ความมั่งคั่งส่วนตัวกำลังเปลี่ยนโลก (ภาษาอังกฤษ) ดังนี้ ไม่ว่าปัญหานั้นจะเกี่ยวข้องกับความยากจน, การรักษาพยาบาล, สิ่งแวดล้อม, การศึกษา, หรือความยุติธรรมในสังคม คนร่ำรวยโดยเฉพาะกำลัง “รู้สึกเหลืออดเหลือทนมากขึ้นเรื่อย ๆ กับรัฐบาลและนานาชาติที่ไม่ได้ออกความพยายามมากพอเพื่อปรับปรุงหรือแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้ดีขึ้น” ด้วยความปรารถนาที่จะปรับปรุงสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้น เศรษฐีใจบุญบางคนจึงได้พยายามนำวิธีการต่าง ๆ ที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จทางธุรกิจมาใช้กับเรื่องนี้

    ความสำเร็จของการบริจาคเพื่อการกุศลไม่ว่าจะเพื่อวัตถุประสงค์ใดก็ตาม มักจะมีขีดจำกัดเสมอ. เพราะเหตุใด? เหตุผลหนึ่งก็คือ ไม่ว่าเงิน หรือการศึกษาที่ดีก็ไม่อาจขจัดปัญหาต่าง ๆ อย่างเช่น ความโลภ, ความเกลียดชัง, อคติ, ลัทธิชาตินิยม, การถือเผ่า, และความเชื่อทางศาสนาแบบผิด ๆ. แม้ว่าสิ่งที่กล่าวมานี้จะทำให้มนุษยชาติมีความทุกข์ยากมากขึ้น แต่นั่นก็ไม่ใช่ต้นตอของความทุกข์ยาก. ดังที่คัมภีร์ไบเบิลชี้ให้เห็น มีปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญยิ่งกว่านั้นเกี่ยวข้องอยู่ด้วย

     
c
compose new post
j
next post/next comment
k
previous post/previous comment
r
reply
e
edit
o
show/hide comments
t
go to top
l
go to login
h
show/hide help
shift + esc
cancel