วิธีการเตรียมตัวในการบริจาคเลือดและหลังการบริจาค

2

การเตรียมตัวก่อนไปบริจาคเลือดต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี, ชนิดซี, ซิฟิลิส, เชื้อ HIV อย่างน้อย 3 เดือนก่อนการบริจาคเลือด หลีกเลี่ยงการรับประทานหวานจัดหรือมันจัดก่อนการบริจาคเลือดเพราะจะทำให้ พลาสมาขุ่น ต้องอยู่ในสภาพแข็งแรงและสบายดี หลีกเลี่ยงการบริจาคเลือดหากรู้สึกไม่สบาย หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ

ข้อเสียของการบริจาคเลือดเม็ดเลือดแดงในร่างกายจะถูกม้ามจับทำลายและรีไซเคิลเมื่อเม็ดเลือดแดง หมดสภาพซึ่งโดยทั่วไปจะเป็น 120 วัน หมายความว่า ถึงเราไม่ได้บริจาคเลือด เม็ดเลือดเราก็จะต้องถูกทำลายอยู่แล้ว การบริจาคเลือดที่เป็นเลือดทั้งหมดในแต่ละครั้งร่างกายจะเสียเลือดไปไม่ถึง ร้อยละ 10 ของเลือดที่มีอยู่ในระบบไหลเวียนเลือดทั้งหมดซึ่งจะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ หากพักผ่อนให้เพียงพอก่อนบริจาคเลือด ดื่มน้ำให้มากและลุกจากเตียงบริจาคเลือดช้าๆ ซึ่งที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ในอาคารหลังใหม่นั้นเตียงผู้บริจาคได้เปลี่ยนจากแบบนอนหงายเป็นแบบนั่งเอน แล้ว ซึ่งลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการเวียนศีรษะเมื่อลุกจากที่นอนหลังจากบริจาค เลือดเสร็จแล้วลงได้มาก

หลังบริจาคโลหิตแล้วบางคนจะทานอาหารได้มากขึ้นเนื่องจากการเสียเหล็กและสาร อาหารในเลือดจะกระตุ้นให้ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น หลายคนจึงมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเมื่อบริจาคโลหิตไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเด็นนี้แก้ไขได้โดยการควบคุมการรับประทานอาหารและทำการออกกำลังกาย ส่วนอาการเจ็บเวลาถูกเข็มแทงนั้นก็จะเป็นเฉพาะช่วงที่แทงเข็มเท่านั้น การบริจาคพลาสมาและเกล็ดเลือดจะมีการฉีดยาชาที่ผิวหนังให้ เนื่องจากจะต้องคาเข็มอยู่นานมากกว่าครึ่งชั่วโมง และไม่ว่าบริจาคเลือด พลาสมาหรือเกล็ดเลือด แผลจะหายในเวลา 1 – 3 วัน มีส่วนน้อยที่เกิดเลือดออกใต้ผิวหนังเป็นปื้นเขียว ซึ่งก็จะดูดซึมหมดไปได้ภายในสัปดาห์ส่วนความเสี่ยงที่ผู้บริจาคเลือดจะติดเชื้อจากการบริจาคเลือดนั้นตอบได้เลย ว่าเป็นไปไม่ได้เพราะอุปกรณ์ชุดรับบริจาคเลือดทั้งหมดเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง แต่ละชุดจะใช้กับผู้บริจาคเลือดคนเดียวและครั้งเดียว