แนวทางการบริจาคสมทบทุนและองค์กรการกุศลให้กับสังคม

แนวทางการบริจาคสมทบทุนและองค์กรการกุศลให้กับสังคม

แนวทางการบริจาคสมทบทุน ผู้บริโภคจะมีความสงสัยหรือไม่เชื่อถือในกิจกรรมการตลาดอิงการกุศลที่ไม่มีความชัดเจนในแนวทางการบริจาคสมทบทุน นักการตลาดควรกำหนดกิจกรรมให้ผู้บริโภคสามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่าจะมีส่วนร่วมในการบริจาคจากการซื้อสินค้าหรือบริการเป็นจำนวนเงินเท่าไร ไม่ว่าจะในรูปแบบของการกำหนดเป็นจำนวนเงินแน่นอนจากการซื้อสินค้าแต่ละหน่วย หรือ คิดเงินสมทบทุนจากร้อยละของราคาสินค้าหรือบริการ ซึ่งผู้บริโภคสามารถคำนวณและรับรู้ถึงจำนวนเงินที่จะมีส่วนร่วมในการบริจาคให้กับองค์กรการกุศลได้อย่างชัดเจน เช่น ซื้อสินค้าทุกกล่องร่วมสมทบทุนให้กับมูลนิธิฯ 10 บาท หรือ ทุกการชำระเงิน ณ จุดขาย ห้างสรรพสินค้าฯ ร่วมสมทบทุนให้กับ มูลนิธิฯ ร้อยละ 0.5 เป็นต้น รูปแบบการบริจาคที่ไม่มีความชัดเจน เช่น การสมทบทุนหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด หรือ สมทบทุนจากร้อยละของกำไร จะมีผลทำให้ผู้บริโภคมีความสงสัยและให้การสนับสนุนลดลง

กิจกรรมการตลาดอิงการกุศลควรมีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน และมีความสัมพันธ์กับปริมาณเงินที่ต้องการระดมทุนเพื่อสนับสนุนต่อองค์กรการกุศล เช่น ถ้ามีเป้าหมายที่ต้องการระดมเงินสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือปัญหาสังคมเป็นจำนวนมาก ควรมีระยะเวลาของกิจกรรมที่ต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นการดำเนินกิจกรรมตลอดทั้งปี หรือทำกิจกรรมเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ควรมีการประชาสัมพันธ์เป้าหมายหรือจำนวนเงินที่ต้องการสมทบทุนให้ผู้บริโภคทราบอย่างชัดเจนและมีการประชาสัมพันธ์จำนวนเงินที่ได้มีการสมทบทุนไปแล้วในระหว่างกิจกรรม เพื่อจะได้รับการสนับสนุนจากผู้บริโภคเพิ่มเติม พบว่า ผู้บริโภคไทยให้ความสำคัญอย่างมากต่อการประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า ภายหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมการตลาดอิงการกุศลแล้ว มีจำนวนเงินที่ได้ร่วมสมทบทุนให้กับองค์กรการกุศลทั้งสิ้นเท่าไร ได้ทำการศึกษาองค์ประกอบการตลาดอิงการกุศลดังกล่าวข้างต้น ว่ามีผลต่อความตั้งใจสนับสนุนของผู้บริโภคไทยหรือไม่ อย่างไร โดยทำการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 943 คน ในระหว่างเดือน มกราคม ถึง มีนาคม 2552 ใช้การทดสอบโมเดลสมมติฐานกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันและใช้โมเดลสมการโครงสร้าง วิเคราะห์หาความสัมพันธ์ขององค์ประกอบการตลาดอิงการกุศล ความสงสัยในกิจกรรม และความตั้งใจสนับสนุนของผู้บริโภค และประเมินความกลมกลืนของโมเดลแบบข้อมูลเชิงประจักษ์ในภาพรวม ประเมินความกลมกลืนของผลลัพธ์ในส่วนประกอบที่สำคัญของโมเดล พบว่า โมเดลองค์ประกอบการตลาดอิงการกุศลที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสม นอกจากนั้น ผลการวิจัยพบว่า ผู้บริโภคไทยมีแนวโน้มให้การสนับสนุนกิจกรรมการตลาดอิงการกุศล ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีสำหรับองค์กรธุรกิจและนักการตลาดที่จะใช้กิจกรรมการตลาดอิงการกุศลเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งในการแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร อย่างไรก็ตาม กิจกรรมการตลาดอิงการกุศลยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับผู้บริโภคไทย องค์กรธุรกิจควรแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและต้องการให้ความช่วยเหลือสังคมอย่างแท้จริงมากกว่าใช้การทำกิจกรรมการตลาดอิงการกุศลเป็นเครื่องมือการส่งเสริมการตลาดที่มุ่งเน้นสร้างยอดขาย