Recent Updates Toggle Comment Threads | Keyboard Shortcuts

  • admin 4:22pm on 15/12/2014 Permalink
    Tags: การบริจาคโลหิต   

    การบริจาคโลหิต เหมือนเป็นการต่อชีวิตให้แก่เพื่อนมนุษย์ 

    ปัจจุบันโลหิตที่ได้รับบริจาคในแต่ละวันนั้นของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย นั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ต้องการรับโลหิต สืบเนื่องจากมีผู้ต้องการใช้โลหิตเป็นจำนวนมากทั่วทั้งประเทศ ถึงแม้จะมีผู้บริจาคโลหิตเป็นจำนวนมากแต่ก็ยังไม่เพียงพอ การบริจาคโลหิตเป็นเสมือนการต่อชีวิตให้แก่เพื่อนมนุษย์ หลายครั้งที่คลังโลหิตไม่สามารถจัดหาโลหิตมาสำรองไว้ได้ตามเป้าที่วางไว้ ทำให้เกิดความเดือดร้อนในการต้องหาโลหิตโดยเร่งด่วน ทำให้การรักษาผู้ป่วยล้าช้าหรือไม่สามารถกระทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งบางคราวโลหิคที่ได้รับบริจาคมานั้นก็ไม่สามารถนำไปใช้ ที่ทางศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติต้องการขอรับบริจาคจากผู้ที่มีจิตอันเป็นกุศล

    เนื่องจากโลหิตเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยเหลือชีวิตมนุษย์ให้อยู่รอด นักวิทยาศาสตร์ได้พยายามค้นคว้ามาเป็นเวลานาน แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จในการหาสารประกอบอื่นๆที่มาทดแทนโลหิตได้ ฉะนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องให้โลหิตจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่งด้วยการบริจาคนั่นเอง การบริจาคโลหิต คือการสละโลหิตส่วนเกินที่ร่างกายไม่จำเป็นต้องใช้ เพื่อให้กับผู้ป่วย เป็นสิ่งที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายเลย เพราะร่างกายแต่ละคนจะมีปริมาณโลหิตประมาณ 17-18 แก้วน้ำ ซึ่งร่างกายใช้เพียง 15-16 แก้วเท่านั้น ส่วนที่เหลือนั้นสามารถบริจาคให้ผู้อื่นได้

    การบริจาคโลหิต

    เป็นการเก็บโลหิตจากผู้มีความประสงค์จะบริจาค แล้วนำโลหิตดังกล่าวผ่านกระบวนการคัดกรอง หากมีคุณสมบัติที่ดีจะถูกนำไปเก็บในธนาคารโลหิต หรือส่งไปยังโรงพยาบาลต่างๆเพื่อนำออกมาใช้ในยามฉุกเฉิน ซึ่งการบริจาคโลหิตสามารถทำได้ทุกๆ 3 – 4 เดือน ตามความเหมาะสมของสภาพร่างกายของบุคคลที่จะบริจาค ซึ่งผู้บริจาคจะต้องมีคุณสมบัติประกอบกับสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ซึ่งมีหน่วยเคลื่อนที่บริการในการรับบริจาคโลหิต หรือสามารถบริจาคได้ที่ศูนย์รับบริจาคประจำจังหวัด ของสภากาชาดไทย

    การบริจาคโลหิตเป็นการเอาโลหิตออกจากร่างกาย

    ซึ่งเป็นโลหิตส่วนเกินที่ร่างกายไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรในปริมาณครั้งละ 300 – 400 มิลลิลิตร หรือประมาณ 7 % ของปริมาณโลหิตในร่างกายทั้งหมด โดยพิจารณาปริมาณโลหิตจากน้ำหนัก ถ้าน้ำหนัก 1 กิโลกรัม จะมีโลหิต 80 มิลลิลิตร เพราะฉะนั้นการที่เอาโลหิตออกจากร่างกายในปริมาณดังกล่าว ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย แต่จะช่วยกระตุ้นให้ไขกระดูกผลิตเม็ดโลหิตใหม่ขึ้นมาทดแทน ทำให้ระบบไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น และทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง

     
  • admin 5:04pm on 28/11/2014 Permalink  

    แนะนำวิธีการสร้างบุญกุศลที่ทำได้หลายวิธี และส่งผลดีต่อชีวิต 

    greaterlacfc.org

    การบริจาคสามารถทำได้หลากหลายวิธีเป็นการยอมสละสิ่งของที่เป็นของตนให้กับผู้อื่น เพื่อแบ่งปันให้กับผู้ที่เดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นของใช้หรือเงินทองก็ตาม ก็ได้บุญทั้งสิ้น สำหรับการบริจาคควรเป็นสิ่งของที่สามารถใช้งานได้และเป็นประโยชน์ต่อผู้รับ การบริจาคจะช่วยให้ผู้บริจาคมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง มีความโชคดีในชีวิต นอกจากการบริจาคแล้วยังมีวิธีการทำบุญในรูปแบบอื่นๆอีกมากมาย จะขอแนะนำวิธีการทำบุญแบบต่างๆ ดังนี้

    1.การให้ทาน เป็นการให้วัตถุสิ่งของ เป็นการให้ด้วยความเต็มใจไม่หวังสิ่งตอบแทน หรือการให้อภัยก็ถือเป็นการให้ทานเช่นกัน

    2.การสมาทานศีล การกระทำที่ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น

    3.การภาวนา การระวังตัวเองไม่ให้เกิดทุกข์ รู้สึกตัวเองไม่ให้ก่อทุกข์ขึ้น โดยใช้กระบวนการคิดที่รอบคอบ

    4.ความอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นการทำบุญที่ง่ายที่สุด เป็นการแสงความอ่อนโยนลดตัวตนของตนเอง

    5.เต็มใจช่วยเหลือผู้อื่น การรวมตัวกันเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น การบำเพ็ญประโยชน์ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

    6.การแสดงธรรม ไม่จำเป็นต้องเป็นพระสงฆ์ก็ได้ หากมีความปรารถนาดีในในการบอกทางที่ถูกต้องให้กับผู้อื่น นับเป็นการแสดงธรรมทั้งสิ้น

    7.การฟังธรรม เป็นการทำบุญอีกทางหนึ่งเช่นกัน เป็นการเพิ่มพูนความรู้ที่ถูกต้อง ก่อให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข

    8.การมอบความดีให้แก่กันและกัน เผื่อแผ่ความดีให้กับผู้อื่น วางใจเป็นกลาง ด้วยการตั้งความปรารถนาดีแก่บุคคล ทั้งที่เป็นที่รักและที่เคยเกลียดชัง ให้สิ่งเหล่านั้นหายขาดเลิกแล้วต่อกัน

    9.การพลอยยินดีกับผู้อื่น  ยินดีกับความดีของผู้อื่น สร้างกำลังใจให้กับสังคม สลายความอิจฉาริษยาที่อยู่ในใจ

    10.ทำความเห็นให้ตรง เมื่อผ่านเรื่องราวต่างๆมาแล้ว ควรคิดทบทวนว่าสิ่งใดควรทำสิ่งใดไม่ควรทำ เมื่อพบว่าสิ่งใดไม่ดีควรตัดออกไปจากชีวิต

    จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นการทำบุญสามารถทำได้ง่ายๆ แต่สิ่งสำคัญคือต้องทำด้วยใจที่บริสุทธิ์ไม่หวังผลตอบแทน เป็นการทำด้วยใจ ไม่ว่าจะทำด้วยวิธีย่อมเป็นการทำบุญทั้งสิน และสิ่งเหล่านี้จะย้อนมาหาตัวเราเอง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านความเจริญในหน้าที่การงาน การเงิน การดำรงชีวิต เป็นต้น

     
  • admin 12:50pm on 31/10/2014 Permalink
    Tags: เดิน-วิ่งมินิมาราธอน   

    การจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศลเพื่อช่วยเหลือสังคม 

    การออกกำลังกาย เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ช่วยให้มีสุขภาพแข็งแรงการออกกำลังกายที่เหมาะสม จะช่วยชะลอความแก่และชีวิตมีความสุขการออกกำลังกายด้วยการเดิน-วิ่งเหยาะๆ มีคุณอนันต์ต่อร่างกายและจิตใจประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย การรณรงค์ให้ประชาชนคนไทยออกกำลังกายเพื่อสุขภาพด้วยการเดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพด้วยวิถีธรรมชาติ นอกจากจะได้ใช้เวลาร่วมกันในการดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีแล้ว ยังได้ร่วมกันทำสาธารณะประโยชน์เพื่อผู้อื่นที่ยากลำบากกว่า เป็นการช่วยปลูกพลังจิตอาสา บ่มเพาะพลังแห่งความดีงามให้เกิดขึ้นในจิตใจ เป็นแรงบันดาลใจในการร่วมกันสร้างสุขภาวะให้กับสังคมต่อไป

    กิจกรรมเดิน-วิ่งมินิมาราธอน

    มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนสังคมไทยให้เกิดความคิดที่จะเปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตดีขึ้นและสังคมดีขึ้น จึงได้นำการวิ่งมาสร้างเป็นกิจกรรมเพื่อให้คนส่วนใหญ่สามารถเข้าร่วมได้ มีเป้าหมายที่จะหารายได้เพื่อเป็นทุนในการผ่าตัดผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจ ของมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ เพื่อทำให้เด็กมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเริ่มต้นจากตัวเองเพื่อสุขภาพกายและจิตใจที่แข็งแรงและส่งต่อพลังสู่สังคมไทย โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรไม่หักค่าใช้จ่าย จะมอบให้แก่มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ เพื่อผ่าตัดให้เด็กที่ป่วยด้วยโรคหัวใจ

    นอกจากจะส่งเสริมให้ครอบครัวและประชาชนทั่วไปได้ออกกำลังกายและทำกิจกรรมร่วมกันแล้ว ยังเป็นช่องทางช่วยประชาสัมพันธ์งานของมูลนิธิให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และที่สำคัญคือ เป็นการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิในการจัดกิจกรรมช่วยเหลือสังคมที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน

    กติกาการแข่งขันเดิน-วิ่งมินิมาราธอน

    1.การแข่งขันในสนามวิ่งนี้ เป็นสนามวิ่งอันทรงเกียรติ การตัดสินของกรรมการถือเป็นเด็ดขาด ห้ามนักวิ่งที่ขาดสปีริต ไม่รู้แพ้ รู้ชนะ ไม่มีน้ำใจนักกีฬา
    2.ผู้สมัครต้องมีอายุตรงตามกลุ่มอายุที่สมัคร พร้อมทั้งแสดงหลักฐาน บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง ที่มี วัน-เดือน ปีเกิด ที่มีรูปถ่ายติดอยู่ก่อนเข้ารับถ้วยรางวัล
    3.นักวิ่งต้องผ่านจุด Check Point ครบถ้วน พร้อมแสดงสัญลักษณ์
    4.นักวิ่งต้องติดหมายเลขประจำตัววิ่งไว้ที่หน้าอกเสื้อ มองเห็นชัดเจน

     
  • admin 10:42am on 26/09/2014 Permalink
    Tags: Ice Bucket Challenge, กติกาท้าความหนาว, บริจาคเพื่อการกุศล   

    เกาะกระแสฮิต Ice Bucket Challenge บริจาคเพื่อการกุศล 

    เป็นกระแสที่แพร่ไปทั่วโลกภายในชั่วพริบตา สำหรับแคมเปญการกุศล Ice Bucket Challenge ที่ทุกคนจะต้องเอาน้ำผสมน้ำแข็งเย็นจัดเทราดตัว ก่อนจะส่งคำท้าไปให้เพื่อนๆต่อกันเป็นทอดๆ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยโรค ALS หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง Ice Bucket Challenge คือ แคมเปญที่เริ่มต้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2014 ที่ผ่านมา โดย พีท ฟราเทส อดีตนักกีฬาเบสบอลจากบอสตัน คอลเลจ วัย 29 ปี ซึ่งเขาป่วยเป็นโรค ALS หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงมาตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งการท้าทายของเขาได้กลายเป็นกระแสระบาดทางออนไลน์ไปยังผู้คนทั่วโลก โดยแคมเปญนี้ได้ทำขึ้นเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักถึงโรค ALS และระดมเงินบริจาคให้กับการทำวิจัยและช่วยเหลือผู้ป่วยโรคดังกล่าว ซึ่งความร้ายแรงของโรคสามารถทำลายสมองและไขสันหลังที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของมนุษย์ได้

    Ice Bucket Challenge เป็นกระแสแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

    ก็เพราะบุคคลที่ได้รับคำท้าล้วนแต่เป็นผู้มีชื่อเสียง ดารา เซเลบทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดีบารัค โอบามา แต่เขาปฏิเสธคำท้าดังกล่าว โดยเลือกบริจาคเงิน 100 ดอลลาร์แทน และคนอื่นๆที่ร่วมสนุกเอาน้ำราดตัว อาทิ บิลล์ เกตส์, เจฟฟ์ เบซอส ซีอีโอ ของอเมซอน, มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก, ทิม คุก ซีอีโอของบริษัทแอปเปิล, ลาร์รี่ เพจ และ เซอเจย์ บรินน์ ผู้บริหารกูเกิล นอกจากนี้ยังมีคนดังทั้งจากวงการกีฬา, ดนตรี, ไอที และดารานักแสดงร่วมสนุกอย่างมากมาย

    กติกาท้าความหนาวของ Ice Bucket Challenge

    คือต้องท้าทายบุคคล 3 คนว่าจะยอมเอาน้ำเย็นราดหัวตัวเองภายใน 24 ชั่วโมง หรือยอมบริจาคเงินให้กับ ALS Association? จากนั้นผู้ที่รับคำท้าต้องกล่าวท้าทายบุคคลอื่นอีก 3 คน ก่อนที่จะเอาถึงน้ำราดหัวตัวเองและถ่ายคลิปเป็นหลักฐานด้วยในแฮชแท็ก ‪#‎IceBucketChallenge คนที่โดนท้าจะต้องเลือกระหว่างการเอาน้ำแข็งเย็นเจี๊ยบราดใส่ตัวเองแล้วจ่ายแค่ 10 ดอลลาร์สหรัฐเมริกา หรือเลือกที่จะไม่สาดน้ำแต่เข้าไปบริจาคเงิน 100 ดอลลาร์ให้กับ ALS Association และที่ Ice Bucket Challenge เป็นกระแสแพร่เป็นไวรัล เมื่อโลกของการสื่อสารเปลี่ยนไป วิธีการทำความดีก็มีเปลี่ยนตาม สังคมออนไลน์เป็นช่องทางหนึ่งที่เป็นทำให้ผู้คนรับรู้ในวงกว้างและระดมทุนได้รวดเร็วกว่าวิธีดั้งเดิมที่เคยปฎิบัติกันมา

    ในเมืองไทย #IceBucketChallengeTH  เพื่อช่วยผลักดันการสร้าง ‘วัฒนธรรมการบริจาคเงินเพื่อการกุศล’ ในประเทศไทย โดยมีการปรับเปลี่ยนกติกาเรื่องการบริจาคให้ผู้ที่ได้รับคำท้าจะต้องทำการบริจาคให้กับองค์กรการกุศลต่างๆแทน พร้อมกับส่งคำท้าไปยังบุคคลสำคัญในวงการอินเทอร์เน็ตและไอทีในเมืองไทย และลามไปสู่เหล่าดารานักแสดงและเซเลบริตี้ในเวลาอันรวดเร็ว สำหรับใครที่อยากจะรู้ว่ามีดารา นักร้อง เซเลบ คนไหนร่วมแคมเปญนี้บ้างก็สามารถไปติดตามกันได้ในแฮชแท็ก #IceBucketChallenge ถ้าเป็นของไทยก็ #IceBucketChallengeTH

     
  • admin 2:18pm on 23/08/2014 Permalink
    Tags:   

    การบริจาคถือเป็นการกุศลที่ยิ่งใหญ่ที่สามารถทำได้ทุกคน 

    บริจาค คือ สิ่งที่เราต้องการให้คนอื่นๆ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ อยากจะให้ เพื่อให้คนอื่นที่เดือนร้อนนำสิ่งที่เราบริจาคไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ผู้บริจาคจะไม่สนใจว่าจะได้รับสิ่งตอบแทนหรือไม่ประการใดจากการบริจาคนั้นๆ การบริจาค เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เป็นการให้ที่เป็นบุญกุศล การที่เรามีสิ่งของอยู่กับตัวเราแล้วไม่เกิดประโยชน์ใดๆ แต่ถ้าหากเรานำไปบริจาคให้กับผู้คนที่เขาต้องการใช้ในสิ่งนั้นๆ (ผู้ให้บริจาคก็ได้รับประโยชน์ คือ สิ่งของที่มีอยู่ไม่รกบ้าน ในกรณีบริจาคเป็นสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ) ผู้ได้รับบริจาคก็ได้รับประโยชน์ ตัวอย่างการบริจาคที่ง่ายๆ คือ ถ้าท่านใดมีหนังสือตำราวิชาการที่ท่านเองเก็บไว้ท่านไม่ได้ใช้ประโยชน์ ท่านสามารถนำไปบริจาคให้คนอื่นๆ เขาได้อ่าน เขาได้เรียนรู้ การบริจาคแบบนี้ ก็เป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน เพราะความรู้จากตำราจากหนังสือต่างๆ จะช่วยให้ผู้รับบริจาคสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ

    ที่ผ่านมาในชีวิตหลายๆ ท่านเคยบริจาคทานอย่างแน่นอนอาจจะไม่มากก็น้อยแล้วแต่ปัจจัยของเราที่มีอยู่ หลายท่านๆ เคยได้รับสิ่งของที่บริจาค เราจะเห็นว่าการบริจาคนั้นเกิดขึ้นเมื่อเกิดความเดือดร้อนกับกลุ่มคนที่ได้รับประสบภัยในด้านต่างๆ แน่นอน คนที่มีกำลังทรัพย์จำนวนมาก ควรที่จะบริจาคให้คนที่เดือดร้อนเหล่านั้น เพราะการที่เราต่างช่วยกับบริจาคดังกล่าวจะทำให้เพื่อนมนุษย์ของเราได้บรรเทาผ่อนคลายความเดือดร้อนลงไปได้ ถึงแม้ว่าการบริจาคอาจจะยังไม่เพียงพอก็ตาม แต่เชื่อว่าสิ่งของที่เขาได้รับ ปัจจัยต่างๆ ที่เขาได้รับ จะทำให้พวกเขาคลายทุกข์ลงไปบ้าง หมดทุกข์ลงไปบ้าง

    เราทุกคนสามารถที่จะบริจาคได้ คือ การบริจาคเวลาในการทำงานให้มากที่สุด ครับ เวลาในการทำงานของแต่ละท่านในแต่ละวันมีความเท่าเทียมกันหมด ไม่มีใครได้รับมากได้รับน้อยกว่ากัน เพียงแต่เราจะทำอย่างไรที่เราจะบริจาคเวลาในการทำงานให้กับองค์กรของเราให้ได้มากที่สุด ความหมายก็คือว่า เราต้องตั้งใจในการทำงานใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด เมื่อเราบริจาคเวลาดังกล่าวแล้ว ถามว่าใครได้รับประโยชน์ แน่นอน ครับ องค์กรของเรา หน่วยงานของเราได้รับประโยชน์อย่างแน่นอน นอกจากการบริจาคเวลาแล้ว ถ้าหากสามารถบริจาคความรักให้เพื่อนร่วมงานเของเราโดยไม่ได้หวังผลอะไร เพื่อนๆ ร่วมงานของเราได้รับความรัก ต่างคนต่างได้ความรักซึ่งกันและกัน องค์กรของเราหน่วยงานของเรา ก็มีแต่ความรักกัน สามัคคีกัน เมื่อนั้น ความสุขก็ตามมา ดังนั้น เรามาช่วยกัน บริจาค ตั้งแต่วันนี้ร่วมกัน เพื่อให้เราทุกคนได้รับแต่สิ่งที่ดีๆ ที่เป็นประโยชน์ และที่สำคัญ คือ สิ่งใดที่อยู่กับตัวเราแล้วไม่เกิดประโยชน์ เรามาลองบริจาคให้คนอื่นเพื่อเขาจะได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อไป หากเป็นเช่นนี้แล้ว สังคมไทยของเราก็จะร่มเย็นเป็นสุข มีแต่ผู้มีจิตศรัทธา มีแต่ผู้มีเมตตา ในการบริจาคตลอดกาล

     
c
compose new post
j
next post/next comment
k
previous post/previous comment
r
reply
e
edit
o
show/hide comments
t
go to top
l
go to login
h
show/hide help
shift + esc
cancel