Recent Updates Toggle Comment Threads | Keyboard Shortcuts

  • admin 12:46pm on 27/07/2015 Permalink
    Tags: บริจาคโลงศพ, ศพไร้ญาติ, อนุโมทนา   

    การทำบุญด้วยการบริจาคโลงศพ 

    ทำบุญ1การทำบุญนั้นไม่ว่าจะเป็นด้วยวิธีการใดก็ตาม อานิสงส์หรือผลบุญที่ได้รับจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้ทำบุญเป็นหลัก การทำบุญเพราะความกลัว ความโลภ และหวังให้เกิดประโยชน์แก่เฉพาะตัวเอง จะได้บุญน้อยกว่าการทำบุญด้วยจิตที่สะอาดบริสุทธิ์ด้วยหวังเพียงให้ผู้อื่นเป็นสุข เช่นเดียวกับการบริจาคโลงศพนี้ หากเราลองคิดว่าศพผู้ยากไร้หรือศพไร้ญาติเหล่านั้น คือคนใกล้ชิดของเราหรือกระทั่งเป็นตัวเราเอง การตายอย่างไร้ญาติอย่างคนอนาถาถือเป็นเรื่องน่าเวทนานัก หากมีผู้ใดมีจิตกรุณาช่วยสงเคราะห์ผ้าห่อศพไม่ให้เป็นที่อุจาดตา อุทิศโลงศพให้เราได้อาศัย ไม่ให้ต้องนอนอยู่กลางแดดฝนเป็นอาหารของหนอนหรือแร้งกา ก็ถือเป็นพระคุณแก่วิญญาณของเรายิ่งนัก และเราก็ย่อมจะตอบแทนด้วยการอวยพรให้ผู้มีพระคุณผู้นั้นมีแต่ความสุขความเจริญ

    การให้ทานทั้งหลายถือเป็นการทำบุญอย่างหนึ่งในบุญกริยาวัตถุ 10 ปราการ ซึ่งเป็นหลักธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บุญมีความหมายหมายถึงสิ่งที่เป็นเหตุให้เกิดความสุข ความเจริญ ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า เป็นชื่อของธรรมะที่เป็นเหตุให้ กาย วาจา ใจ อยู่ในความดีงาม การทำบุญด้วยการบริจาคโลงศพจึงเป็นบุญที่เกิดจากการให้ทานแก่ผู้เสียชีวิตที่ยากไร้หรือศพไร้ญาติผู้น่าเวทนา เป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในวาระสุดท้ายแห่งชีวิต และนี่ควรจะเป็นเจตนาที่แท้จริงของการบริจาคโลงศพ จึงจะทำให้ได้บุญมากอย่างที่เข้าใจกันได้ การทำบุญด้วยการบริจาคโลงศพ จึงเป็นบุญที่เกิดจากการให้ทานแก่ผู้เสียชีวิตที่ยากไร้หรือศพไร้ญาติผู้น่าเวทนา เป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในวาระสุดท้ายแห่งชีวิต และนี่ควรจะเป็นเจตนาที่แท้จริงของการบริจาคโลงศพ เพื่อช่วยเหลือผู้ตายที่ขัดสนยากไร้ หรือศพไร้ญาติ อย่างนี้เป็นบุญที่ทำด้วยความสงสาร และปรารถนาจะช่วยเหลือสงเคราะห์เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มีธรรมะ คือ ความเมตตากรุณาเป็นปัจจัยให้บริจาคทาน ถือเป็นการทำบุญด้วยใจที่บริสุทธิ์

    การบริจาคโลงศพ

    1.ติดต่อเจ้าหน้าที่เขียน ชื่อ-สกุล ลงในแผ่นอนุโมทนา ใช้มือสัมผัสใบอนุโมทนาแล้วตั้งจิตอธิษฐานแด่ศพไร้ญาติหรือวิญญาณที่ยากไร้
    2.สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามที่แต่ละสถานที่กำหนด และควรไหว้ฟ้าดินก่อน ปักธูปตามจำนวนที่เขากำหนดไว้ โดยมากจะเขียนบอก ควรไหว้ให้ครบทุกองค์
    3.เผาใบอนุโมทนานั้นในที่ที่จัดไว้
    4.จากความเชื่อว่ามนุษย์ผู้นั้นที่ยังคงบริโภคเนื้อสัตว์อยู่ ผลบุญนี้อาจจะยังไม่ถึง จึงนิยมเคาะกลองและระฆัง เพื่อให้ได้ยินไปที่สวรรค์
    5.เติมน้ำมันตะเกียงเพื่อเพิ่มแสงสว่างให้กับชีวิต
    6.กรวดน้ำอุทิศผลบุญกุศลให้ญาติพี่น้อง เจ้ากรรมนายเวร

     
  • admin 3:35pm on 27/06/2015 Permalink
    Tags: การบริจาคอวัยวะแก่สภากาชาดไทย   

    การบริจาคอวัยวะแก่สภากาชาดไทย เพื่อต่อชีวิตผู้อื่น 

    ในปัจจุบันการบริจาคอวัยวะยังไม่มากพอที่จะตอบสนองความต้องการของผู้ที่รอรับบริจาคอวัยวะอยู่ซึ่งจากสถิติผู้บริจาคอวัยวะของสภากาชาดไทยในปี2555 พบว่ามีผู้รอรับการบริจาคอวัยวะกว่า 3,516 ราย แต่มีผู้บริจาคอวัยวะเพียง 136 ราย โดยสามารถนำอวัยวะไปปลูกถ่ายช่วยเหลือผู้ป่วยได้ 334 คน ซึ่งถือว่ายังมีสัดส่วนของผู้บริจาคน้อยเมื่อเทียบกับประเทศที่มีอัตราการบริจาคอวัยวะสูงสุด จากความเชื่อที่ว่าบริจาคอวัยวะแล้วจะทำให้การเกิดใหม่ในชาติหน้าผู้เสียชีวิตมีอวัยวะไม่ครบ 32 นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเป้าหมายที่สนใจในการบริจาคอวัยวะแต่ไม่ทราบข้อมูลด้านสถานที่ในการรับบริจาค ดังนั้นการรณรงค์และทำความเข้าใจจึงมีความสำคัญในการปรับทัศนคติของกลุ่มคนที่ประสงค์จะบริจาคร่ายกาย การประชาสัมพันธ์ที่ดี ให้ความรู้ความเข้าใจและปรับทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับประโยชน์ของการบริจาคร่างกาย จะมีส่วนสำคัญที่ทำให้การบริจาคอวัยวะในกลุ่มคนรุ่นใหม่มีจำนวนมากขึ้น

    การบริจาคร่างกาย แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
    1. การบริจาคร่างกายสำหรับใช้เพื่อการศึกษาทางการแพทย์ (โรงพยาบาลจุฬา)
    2. การบริจาคอวัยวะสำหรับผู้ป่วย (สภากาชาดไทย)
    3. การบริจาคดวงตา (สภากาชาดไทย)

    ทั้งนี้อวัยวะที่บริจาคมีส่วนช่วยสังคมอย่างไรบ้าง

    • หัวใจ ช่วยรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจระยะสุดท้ายที่กล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมสภาพ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการขาดเลือดที่ไม่สามารถรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัดทั่วไป
    • ตับ ช่วยรักษาผู้ป่วยตับวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ได้แก่ โรคตับแข็ง ตับอักเสบเรื้อรังระยะสุดท้าย หรือมะเร็งตับ รวมถึงผู้ป่วยที่มีความพิการของตับมาแต่กำเนิด
    • ปอด ช่วยรักษาผู้ป่วยโรคปอดซึ่งรอการเปลี่ยนถ่ายปอดเพื่อช่วยให้หายใจได้ต่อไป
    • ไต ช่วยรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง ซึ่งต้องทำการฟอกไตอยู่บ่อยครั้งให้ใช้ชีวิตได้ตามปกติ

    ซึ่งอวัยวะเหล่านี้มีส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยสามารถมีชีวิตที่ก้าวต่อไปได้อย่างปกติ มีชีวิตที่ยืดยาวขึ้นและสามารถสร้างสิ่งดีๆเพื่อครอบครัวและสังคมต่อไป ดังนั้นร่างกายที่หยุดการใช้งานไปแล้วจึงมีประโยชน์และสำคัญสำหรับผู้ป่วยที่รอรับการบริจาคอย่างยิ่ง

    สำหรับผู้ที่สนใจที่จะร่วมบริจาคอวัยวะ สามารถที่จะไปบริจาคได้ที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยหรือ ตามโรงพยาบาลต่างๆ

     
  • admin 4:40pm on 24/05/2015 Permalink  

    สาระน่ารู้ เกี่ยวกับข้อดีของการบริจาคโลหิต 

    ในปัจจุบันมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผู้ป่วยเหล่านั้นจะนอนคอยโลหิตเพื่อรักษาโรคทั้งนี้ในการบริจาคโลหิตนั้นนอกจากจะทำเพื่อช่วยคนอื่นแล้ว ยังช่วยต่ออายุให้แก่คนป่วยที่กำลังจะตายผลประโยชน์ที่ไปบริจาคโลหิตก็จะตกมาอยุ่ที่เรานั้นเอง เพราะว่าจะได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกๆ 3 เดือน นอกจากจะได้รับการตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี เชื้อไวรัสเอดส์และเชื้อซิฟิลิส ยังช่วยสร้างเสริมทานที่ยิ่งใหญ่ด้วย
    สำหรับข้อดีขอการบริจาคโลหิตประกอบไปด้วย

    • ทำให้สุขภาพแข็งแรง เพราะเลือดที่บริจาคออกไปเป็นเลือดส่วนเกินของร่างกายประมาณ 7% ของปริมาณเลือดทั้งหมดในร่างกาย โดยก่อนจะบริจาคจะมีการพิจารณาจากน้ำหนักตัวของผู้ให้บริจาคก่อน ดังนั้นเลือดที่เสียไปจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่จะกระตุ้นให้ไขกระดูกผลิตเม็ดโลหิตใหม่ขึ้นมาแทนระบบไหลเวียนของเลือดจะดีขึ้น
    • หุ่นดี ผิวพรรณเปล่งปลั่ง การบริจาคเลือดไม่ได้ทำให้อ้วน แต่กลับทำให้ผู้บริจาคมีรูปร่างที่ดีขึ้น เพราะเลือดใหม่ที่ถูกผลิตขึ้นรวมทั้งการไหลเวียนของเลือดที่ดีขึ้น จะช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล และยังช่วยให้หน้าใสขึ้นด้วย
    • ลดความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งได้ เช่น มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะอาหาร การบริจาคเลือดจะช่วยลดปริมาณธาตุเหล็กส่วนเกินเหล่านั้นออกไปได้และยิ่งบริจาคเลือดบ่อยเท่าไหร่ความเสี่ยงโรคมะเร็งจะลดลงมากเท่านั้น
    • มีสิทธิพิเศษสำหรับผู้บริจาคเลือด โดยผู้บริจาคเลือดยังได้สิทธิพิเศษในเรื่องการรักษาพยาบาล คือ

    1.ผู้บริจาคโลหิต 7 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ช่วยเหลือค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษได้ไม่เกินร้อยละ50
    2.ผู้บริจาคโลหิต 9 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ตรวจวิเคราะห์สารเคมีในโลหิตได้
    3.ผู้บริจาคโลหติ 16 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลและค่าห้องพิเศษค่าอาหาร ได้ร้อยละ 50
    4.ผู้บริจาคโลหิต 24 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล100% และ ค่าห้องพิเศษค่าอาหาร ได้ร้อยละ 50
    5.ผู้บริจาคโลหิต 100 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ ขอพระราชทานเพลิงศพ ได้เป็นกรณีพิเศษ
    ดังนั้น การบริจาคเลือดยังเป็นการต่อลมหายใจของเขาก็เท่ากับเป็นการยืดอายุของเรามากขึ้นด้วยเช่นกัน

     
  • admin 3:18pm on 27/03/2015 Permalink  

    วิธีการเตรียมตัวในการบริจาคเลือดและหลังการบริจาค 

    2

    การเตรียมตัวก่อนไปบริจาคเลือดต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี, ชนิดซี, ซิฟิลิส, เชื้อ HIV อย่างน้อย 3 เดือนก่อนการบริจาคเลือด หลีกเลี่ยงการรับประทานหวานจัดหรือมันจัดก่อนการบริจาคเลือดเพราะจะทำให้ พลาสมาขุ่น ต้องอยู่ในสภาพแข็งแรงและสบายดี หลีกเลี่ยงการบริจาคเลือดหากรู้สึกไม่สบาย หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ

    ข้อเสียของการบริจาคเลือดเม็ดเลือดแดงในร่างกายจะถูกม้ามจับทำลายและรีไซเคิลเมื่อเม็ดเลือดแดง หมดสภาพซึ่งโดยทั่วไปจะเป็น 120 วัน หมายความว่า ถึงเราไม่ได้บริจาคเลือด เม็ดเลือดเราก็จะต้องถูกทำลายอยู่แล้ว การบริจาคเลือดที่เป็นเลือดทั้งหมดในแต่ละครั้งร่างกายจะเสียเลือดไปไม่ถึง ร้อยละ 10 ของเลือดที่มีอยู่ในระบบไหลเวียนเลือดทั้งหมดซึ่งจะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ หากพักผ่อนให้เพียงพอก่อนบริจาคเลือด ดื่มน้ำให้มากและลุกจากเตียงบริจาคเลือดช้าๆ ซึ่งที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ในอาคารหลังใหม่นั้นเตียงผู้บริจาคได้เปลี่ยนจากแบบนอนหงายเป็นแบบนั่งเอน แล้ว ซึ่งลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการเวียนศีรษะเมื่อลุกจากที่นอนหลังจากบริจาค เลือดเสร็จแล้วลงได้มาก

    หลังบริจาคโลหิตแล้วบางคนจะทานอาหารได้มากขึ้นเนื่องจากการเสียเหล็กและสาร อาหารในเลือดจะกระตุ้นให้ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น หลายคนจึงมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเมื่อบริจาคโลหิตไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเด็นนี้แก้ไขได้โดยการควบคุมการรับประทานอาหารและทำการออกกำลังกาย ส่วนอาการเจ็บเวลาถูกเข็มแทงนั้นก็จะเป็นเฉพาะช่วงที่แทงเข็มเท่านั้น การบริจาคพลาสมาและเกล็ดเลือดจะมีการฉีดยาชาที่ผิวหนังให้ เนื่องจากจะต้องคาเข็มอยู่นานมากกว่าครึ่งชั่วโมง และไม่ว่าบริจาคเลือด พลาสมาหรือเกล็ดเลือด แผลจะหายในเวลา 1 – 3 วัน มีส่วนน้อยที่เกิดเลือดออกใต้ผิวหนังเป็นปื้นเขียว ซึ่งก็จะดูดซึมหมดไปได้ภายในสัปดาห์ส่วนความเสี่ยงที่ผู้บริจาคเลือดจะติดเชื้อจากการบริจาคเลือดนั้นตอบได้เลย ว่าเป็นไปไม่ได้เพราะอุปกรณ์ชุดรับบริจาคเลือดทั้งหมดเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง แต่ละชุดจะใช้กับผู้บริจาคเลือดคนเดียวและครั้งเดียว

     
  • admin 12:08pm on 22/02/2015 Permalink
    Tags: บริจาค   

    บริจาคอย่างไร หักภาษีได้ 2 เท่า 

    คนไทยเป็นคนใจบุญ หากพอจะมีเงินเหลือกิน เหลือเก็บ ก็มักจะบริจาคเงินให้วัด ให้โรงเรียน นับเป็นการสร้างเนื้อนาบุญทิ้งไว้ ด้วยเชื่อว่า ชาติหน้าจะได้ไม่ลำบาก

    แต่ไหนๆก็จะบริจาคเงินช่วยเหลือสังคมอยู่แล้ว หากเงินก้อนนี้ช่วยให้เราลดหย่อนภาษีได้คงจะเป็นการดี และจะเป็นการดียิ่งขึ้น หากเราสามารถทำให้เงินบริจาคก้อนนี้สร้างสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้สูงสุด

    หากเราไปดูใบแบบฟอร์ม ภงด.90 ของกรมสรรพากรที่พวกเราใช้กรอกเสียภาษีบุคคลธรรมดานั้น จะพบว่ารัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้คนที่พอจะมีกินมีใช้ ช่วยกันบริจาคเงินช่วยเหลือสังคม โดยการอนุญาตให้นำเงินที่เราบริจาคนั้นไปหักลดหย่อนภาษีได้ทั้งจำนวน แต่ไม่เกิน 10%ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว

    เงินบริจาคที่รัฐอนุญาตให้ใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีนั้น มีอยู่ 3 หมวดดังนี้
    1. เงินสนับสนุนเพื่อการศึกษา
    ได้แก่ เงินที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาให้แก่สถานศึกษาของรัฐ ( ตามที่รมต.คลังกำหนด ) โรงเรียนเอกชน และสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ต้องเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการจัดหาที่ดิน จัดสร้างอาคาร จัดหาวัสดุอุปกรณ์การศึกษา โดยจะได้รับการลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่า แต่ไม่เกินอัตราร้อยละ 10 ของเงินได้ หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนหมวดต่างๆแล้ว

    2. เงินสนับสนุนการกีฬา
    ได้แก่ เงินสนับสนุนการกีฬาตามที่รัฐกำหนด โดยสามารถหักค่าลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของเงินบริจาค แต่ไม่เกินร้อยละ 20 ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน โดยเงินบริจาคนี้มีกรอบเวลากำหนดให้ใช้ได้ในระหว่างปีภาษี 2548 – 2551 นั่นหมายความว่าปัจจุบันโครงการนี้ได้หมดอายุลงแล้ว จึงไม่สามารถลดหย่อนได้อีก

    3. เงินบริจาคการกุศลสาธารณะ
    ได้แก่ เงินที่บริจาคให้วัดวาอาราม สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล สถานการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน โดยหักลดหย่อนได้กับจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อนและเงินบริจาคในข้อ 1 และ 2 ข้างต้นแล้ว

    ดังนั้น เมื่อดูรายการทั้ง 3 หมวด จะพบว่าหมวดที่ 1 คือเงินบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษา ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุด คือ 2 เท่าของยอดเงินที่บริจาค (ขณะที่หมวดที่ 2 ยกเลิกสิทธิไปแล้ว )

    อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนบริจาค ได้แก่ รายชื่อสถานศึกษาที่สามารถลดหย่อนได้ 2 เท่า และ วัตถุประสงค์ของการบริจาคว่า เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

     
c
compose new post
j
next post/next comment
k
previous post/previous comment
r
reply
e
edit
o
show/hide comments
t
go to top
l
go to login
h
show/hide help
shift + esc
cancel