Recent Updates Toggle Comment Threads | Keyboard Shortcuts

  • admin 12:50pm on 31/10/2014 Permalink
    Tags: เดิน-วิ่งมินิมาราธอน   

    การจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศลเพื่อช่วยเหลือสังคม 

    การออกกำลังกาย เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ช่วยให้มีสุขภาพแข็งแรงการออกกำลังกายที่เหมาะสม จะช่วยชะลอความแก่และชีวิตมีความสุขการออกกำลังกายด้วยการเดิน-วิ่งเหยาะๆ มีคุณอนันต์ต่อร่างกายและจิตใจประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย การรณรงค์ให้ประชาชนคนไทยออกกำลังกายเพื่อสุขภาพด้วยการเดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพด้วยวิถีธรรมชาติ นอกจากจะได้ใช้เวลาร่วมกันในการดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีแล้ว ยังได้ร่วมกันทำสาธารณะประโยชน์เพื่อผู้อื่นที่ยากลำบากกว่า เป็นการช่วยปลูกพลังจิตอาสา บ่มเพาะพลังแห่งความดีงามให้เกิดขึ้นในจิตใจ เป็นแรงบันดาลใจในการร่วมกันสร้างสุขภาวะให้กับสังคมต่อไป

    กิจกรรมเดิน-วิ่งมินิมาราธอน

    มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนสังคมไทยให้เกิดความคิดที่จะเปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตดีขึ้นและสังคมดีขึ้น จึงได้นำการวิ่งมาสร้างเป็นกิจกรรมเพื่อให้คนส่วนใหญ่สามารถเข้าร่วมได้ มีเป้าหมายที่จะหารายได้เพื่อเป็นทุนในการผ่าตัดผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจ ของมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ เพื่อทำให้เด็กมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเริ่มต้นจากตัวเองเพื่อสุขภาพกายและจิตใจที่แข็งแรงและส่งต่อพลังสู่สังคมไทย โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรไม่หักค่าใช้จ่าย จะมอบให้แก่มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ เพื่อผ่าตัดให้เด็กที่ป่วยด้วยโรคหัวใจ

    นอกจากจะส่งเสริมให้ครอบครัวและประชาชนทั่วไปได้ออกกำลังกายและทำกิจกรรมร่วมกันแล้ว ยังเป็นช่องทางช่วยประชาสัมพันธ์งานของมูลนิธิให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และที่สำคัญคือ เป็นการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิในการจัดกิจกรรมช่วยเหลือสังคมที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน

    กติกาการแข่งขันเดิน-วิ่งมินิมาราธอน

    1.การแข่งขันในสนามวิ่งนี้ เป็นสนามวิ่งอันทรงเกียรติ การตัดสินของกรรมการถือเป็นเด็ดขาด ห้ามนักวิ่งที่ขาดสปีริต ไม่รู้แพ้ รู้ชนะ ไม่มีน้ำใจนักกีฬา
    2.ผู้สมัครต้องมีอายุตรงตามกลุ่มอายุที่สมัคร พร้อมทั้งแสดงหลักฐาน บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง ที่มี วัน-เดือน ปีเกิด ที่มีรูปถ่ายติดอยู่ก่อนเข้ารับถ้วยรางวัล
    3.นักวิ่งต้องผ่านจุด Check Point ครบถ้วน พร้อมแสดงสัญลักษณ์
    4.นักวิ่งต้องติดหมายเลขประจำตัววิ่งไว้ที่หน้าอกเสื้อ มองเห็นชัดเจน

     
  • admin 10:42am on 26/09/2014 Permalink
    Tags: Ice Bucket Challenge, กติกาท้าความหนาว, บริจาคเพื่อการกุศล   

    เกาะกระแสฮิต Ice Bucket Challenge บริจาคเพื่อการกุศล 

    เป็นกระแสที่แพร่ไปทั่วโลกภายในชั่วพริบตา สำหรับแคมเปญการกุศล Ice Bucket Challenge ที่ทุกคนจะต้องเอาน้ำผสมน้ำแข็งเย็นจัดเทราดตัว ก่อนจะส่งคำท้าไปให้เพื่อนๆต่อกันเป็นทอดๆ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยโรค ALS หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง Ice Bucket Challenge คือ แคมเปญที่เริ่มต้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2014 ที่ผ่านมา โดย พีท ฟราเทส อดีตนักกีฬาเบสบอลจากบอสตัน คอลเลจ วัย 29 ปี ซึ่งเขาป่วยเป็นโรค ALS หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงมาตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งการท้าทายของเขาได้กลายเป็นกระแสระบาดทางออนไลน์ไปยังผู้คนทั่วโลก โดยแคมเปญนี้ได้ทำขึ้นเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักถึงโรค ALS และระดมเงินบริจาคให้กับการทำวิจัยและช่วยเหลือผู้ป่วยโรคดังกล่าว ซึ่งความร้ายแรงของโรคสามารถทำลายสมองและไขสันหลังที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของมนุษย์ได้

    Ice Bucket Challenge เป็นกระแสแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

    ก็เพราะบุคคลที่ได้รับคำท้าล้วนแต่เป็นผู้มีชื่อเสียง ดารา เซเลบทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดีบารัค โอบามา แต่เขาปฏิเสธคำท้าดังกล่าว โดยเลือกบริจาคเงิน 100 ดอลลาร์แทน และคนอื่นๆที่ร่วมสนุกเอาน้ำราดตัว อาทิ บิลล์ เกตส์, เจฟฟ์ เบซอส ซีอีโอ ของอเมซอน, มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก, ทิม คุก ซีอีโอของบริษัทแอปเปิล, ลาร์รี่ เพจ และ เซอเจย์ บรินน์ ผู้บริหารกูเกิล นอกจากนี้ยังมีคนดังทั้งจากวงการกีฬา, ดนตรี, ไอที และดารานักแสดงร่วมสนุกอย่างมากมาย

    กติกาท้าความหนาวของ Ice Bucket Challenge

    คือต้องท้าทายบุคคล 3 คนว่าจะยอมเอาน้ำเย็นราดหัวตัวเองภายใน 24 ชั่วโมง หรือยอมบริจาคเงินให้กับ ALS Association? จากนั้นผู้ที่รับคำท้าต้องกล่าวท้าทายบุคคลอื่นอีก 3 คน ก่อนที่จะเอาถึงน้ำราดหัวตัวเองและถ่ายคลิปเป็นหลักฐานด้วยในแฮชแท็ก ‪#‎IceBucketChallenge คนที่โดนท้าจะต้องเลือกระหว่างการเอาน้ำแข็งเย็นเจี๊ยบราดใส่ตัวเองแล้วจ่ายแค่ 10 ดอลลาร์สหรัฐเมริกา หรือเลือกที่จะไม่สาดน้ำแต่เข้าไปบริจาคเงิน 100 ดอลลาร์ให้กับ ALS Association และที่ Ice Bucket Challenge เป็นกระแสแพร่เป็นไวรัล เมื่อโลกของการสื่อสารเปลี่ยนไป วิธีการทำความดีก็มีเปลี่ยนตาม สังคมออนไลน์เป็นช่องทางหนึ่งที่เป็นทำให้ผู้คนรับรู้ในวงกว้างและระดมทุนได้รวดเร็วกว่าวิธีดั้งเดิมที่เคยปฎิบัติกันมา

    ในเมืองไทย #IceBucketChallengeTH  เพื่อช่วยผลักดันการสร้าง ‘วัฒนธรรมการบริจาคเงินเพื่อการกุศล’ ในประเทศไทย โดยมีการปรับเปลี่ยนกติกาเรื่องการบริจาคให้ผู้ที่ได้รับคำท้าจะต้องทำการบริจาคให้กับองค์กรการกุศลต่างๆแทน พร้อมกับส่งคำท้าไปยังบุคคลสำคัญในวงการอินเทอร์เน็ตและไอทีในเมืองไทย และลามไปสู่เหล่าดารานักแสดงและเซเลบริตี้ในเวลาอันรวดเร็ว สำหรับใครที่อยากจะรู้ว่ามีดารา นักร้อง เซเลบ คนไหนร่วมแคมเปญนี้บ้างก็สามารถไปติดตามกันได้ในแฮชแท็ก #IceBucketChallenge ถ้าเป็นของไทยก็ #IceBucketChallengeTH

     
  • admin 2:18pm on 23/08/2014 Permalink
    Tags:   

    การบริจาคถือเป็นการกุศลที่ยิ่งใหญ่ที่สามารถทำได้ทุกคน 

    บริจาค คือ สิ่งที่เราต้องการให้คนอื่นๆ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ อยากจะให้ เพื่อให้คนอื่นที่เดือนร้อนนำสิ่งที่เราบริจาคไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ผู้บริจาคจะไม่สนใจว่าจะได้รับสิ่งตอบแทนหรือไม่ประการใดจากการบริจาคนั้นๆ การบริจาค เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เป็นการให้ที่เป็นบุญกุศล การที่เรามีสิ่งของอยู่กับตัวเราแล้วไม่เกิดประโยชน์ใดๆ แต่ถ้าหากเรานำไปบริจาคให้กับผู้คนที่เขาต้องการใช้ในสิ่งนั้นๆ (ผู้ให้บริจาคก็ได้รับประโยชน์ คือ สิ่งของที่มีอยู่ไม่รกบ้าน ในกรณีบริจาคเป็นสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ) ผู้ได้รับบริจาคก็ได้รับประโยชน์ ตัวอย่างการบริจาคที่ง่ายๆ คือ ถ้าท่านใดมีหนังสือตำราวิชาการที่ท่านเองเก็บไว้ท่านไม่ได้ใช้ประโยชน์ ท่านสามารถนำไปบริจาคให้คนอื่นๆ เขาได้อ่าน เขาได้เรียนรู้ การบริจาคแบบนี้ ก็เป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน เพราะความรู้จากตำราจากหนังสือต่างๆ จะช่วยให้ผู้รับบริจาคสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ

    ที่ผ่านมาในชีวิตหลายๆ ท่านเคยบริจาคทานอย่างแน่นอนอาจจะไม่มากก็น้อยแล้วแต่ปัจจัยของเราที่มีอยู่ หลายท่านๆ เคยได้รับสิ่งของที่บริจาค เราจะเห็นว่าการบริจาคนั้นเกิดขึ้นเมื่อเกิดความเดือดร้อนกับกลุ่มคนที่ได้รับประสบภัยในด้านต่างๆ แน่นอน คนที่มีกำลังทรัพย์จำนวนมาก ควรที่จะบริจาคให้คนที่เดือดร้อนเหล่านั้น เพราะการที่เราต่างช่วยกับบริจาคดังกล่าวจะทำให้เพื่อนมนุษย์ของเราได้บรรเทาผ่อนคลายความเดือดร้อนลงไปได้ ถึงแม้ว่าการบริจาคอาจจะยังไม่เพียงพอก็ตาม แต่เชื่อว่าสิ่งของที่เขาได้รับ ปัจจัยต่างๆ ที่เขาได้รับ จะทำให้พวกเขาคลายทุกข์ลงไปบ้าง หมดทุกข์ลงไปบ้าง

    เราทุกคนสามารถที่จะบริจาคได้ คือ การบริจาคเวลาในการทำงานให้มากที่สุด ครับ เวลาในการทำงานของแต่ละท่านในแต่ละวันมีความเท่าเทียมกันหมด ไม่มีใครได้รับมากได้รับน้อยกว่ากัน เพียงแต่เราจะทำอย่างไรที่เราจะบริจาคเวลาในการทำงานให้กับองค์กรของเราให้ได้มากที่สุด ความหมายก็คือว่า เราต้องตั้งใจในการทำงานใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด เมื่อเราบริจาคเวลาดังกล่าวแล้ว ถามว่าใครได้รับประโยชน์ แน่นอน ครับ องค์กรของเรา หน่วยงานของเราได้รับประโยชน์อย่างแน่นอน นอกจากการบริจาคเวลาแล้ว ถ้าหากสามารถบริจาคความรักให้เพื่อนร่วมงานเของเราโดยไม่ได้หวังผลอะไร เพื่อนๆ ร่วมงานของเราได้รับความรัก ต่างคนต่างได้ความรักซึ่งกันและกัน องค์กรของเราหน่วยงานของเรา ก็มีแต่ความรักกัน สามัคคีกัน เมื่อนั้น ความสุขก็ตามมา ดังนั้น เรามาช่วยกัน บริจาค ตั้งแต่วันนี้ร่วมกัน เพื่อให้เราทุกคนได้รับแต่สิ่งที่ดีๆ ที่เป็นประโยชน์ และที่สำคัญ คือ สิ่งใดที่อยู่กับตัวเราแล้วไม่เกิดประโยชน์ เรามาลองบริจาคให้คนอื่นเพื่อเขาจะได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อไป หากเป็นเช่นนี้แล้ว สังคมไทยของเราก็จะร่มเย็นเป็นสุข มีแต่ผู้มีจิตศรัทธา มีแต่ผู้มีเมตตา ในการบริจาคตลอดกาล

     
  • admin 10:55am on 31/07/2014 Permalink
    Tags: กิจกรรมการตลาด, องค์กรธุรกิจ   

    การตลาดอิงการกุศลกับการตอบแทนสังคมและเพิ่มยอดขาย 

    การทำการตลาดอิงการกุศล เป็นรูปแบบกิจกรรมที่นอกเหนือจากจะให้สิ่งดีๆ กลับไปที่สังคมแล้วยังให้ประโยชน์กับองค์กรโดยสามารถคำนวณผลลัพธ์ตอบแทนกลับมาเป็นตัวเงินได้ด้วย เพราะเป็นการอุดหนุนหรือการบริจาครายได้ส่วนหนึ่งจากการขายผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยเหลือและร่วมแก้ไขประเด็นปัญหาทางสังคมเฉพาะ หรือให้แก่องค์กรการกุศลที่ระบุไว้ในกิจกรรมการตลาด โดยกิจกรรมเหล่านี้องค์กรธุรกิจจะต้องร่วมมือกับองค์กรที่ไม่มีวัตถุประสงค์แสวงหากำไร เพื่อสร้างสัมพันธ์ภาพในประโยชน์ร่วมกันด้วยวิธีการเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์และนำเงินรายได้ส่วนหนึ่งไปสนับสนุนกิจกรรมการกุศล และยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือการกุศลโดยการซื้อผลิตภัณฑ์อีกด้วย สำหรับกิจกรรมการตลาดอิงการกุศล อย่างเช่น คอนเสิร์ตการกุศลที่จัดโดยองค์กรภาคธุรกิจเพื่อมอบรายได้ส่วนหนึ่งให้กับองค์การกุศลต่างๆ


    องค์ประกอบการทำกิจกรรมการตลาดอิงการกุศลที่ดี คือ ต้องพิจารณาถึงการเลือกปัญหาสังคมที่จะให้การสนับสนุน ควรเป็นปัญหาที่อยู่ในความสนใจของผู้บริโภคและเป็นองค์กรการกุศลที่มีผลงานการช่วยเหลือสังคมนอกจากนั้นการประชาสัมพันธ์กิจกรรมจะต้องสื่อถึงความสำคัญของปัญหาด้วย ซึ่งลูกค้าจะสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือได้อย่างไร และสื่อให้เห็นถึงความตั้งใจจริงขององค์กรธุรกิจในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสังคมนั้นๆ ฉะนั้นแล้วกิจกรรมการตลาดอิงการกุศลควรกำหนดรูปแบบ แนวทางการบริจาครายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายให้มีความชัดเจน และมีระยะเวลาที่แน่นอน ในระหว่างการดำเนินกิจกรรม ที่สำคัญควรมีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคได้ทราบความคืบหน้าของเงินสมทบทุนเป็นระยะเพื่อความโปร่งใส ทำให้ผู้บริจาคมีความเชื่อมั่นว่าเงินที่ได้จากการรับบริจาคที่ได้ร่วมกันบริจาคไปนั้น เสามารถนำไปถึงมือผู้รับอย่างแน่นอน
    ทั้งนี้องค์กรธุรกิจควรดำเนินกิจกรรมการตลาดอิงการกุศลด้วยความซื่อสัตย์ มีจริยธรรมทางธุรกิจ โปร่งใส ไม่และให้ความช่วยเหลือปัญหาสังคมนั้นๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดกิจกรรมด้านการกุศลเป็นประจำเพื่อจะได้นำเงินที่ได้จากการกิจกรรมเหล่านี้มาช่วยสนับสนุนให้แก่สังคมอีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาสังคมได้อย่างยั่งยืน

     
  • admin 3:22pm on 26/06/2014 Permalink
    Tags: การกุศล   

    การบริจาคนอกจากจะได้บุญแล้วยังช่วยลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย 

    การบริจาคให้กับวัด มูลนิธิ หรือสถานศึกษา การบริจาคเหล่านี้สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกินร้อยละ 10 หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ แต่การบริจาคในบางครั้งก็ไม่สามารถนำมาลดหย่อนได้ เพราะการบริจาคนั้นผู้ที่บริจาคต้องมีชื่อที่กรมสรรพากรได้ระบุไว้ โดยเราสามารถเข้าไปดูได้ว่าสถานที่เราบริจาคนั้นสามารถลดหย่อนภาษีได้หรือไม่ เมื่อบริจาคแล้วควรนำใบเสร็จหรือใบอนุโมทนามาลดหย่อนได้ทันที และเงินที่ได้จากการลดหย่อนก็สามารถนำไปบริจาคได้อีกด้วย

    การบริจาคช่วยลดภาษีได้ 2 เท่า จะเป็นการบริจาคเกี่ยวกับสถานศึกษา สนับสนุนการศึกษาให้กับรัฐบาล หรือโรงเรียนเอกชนบางแห่ง ซึ่งโรงเรียนเหล่านี้ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงศึกษาธิการ ให้มีรายชื่อตามกำหนด ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาต้องบริจาคเป็นเงินเท่านั้น จึงจะสามารถลดหย่อนได้ การบริจาคหนังสือ สิ่งของ อุปกรณ์การเรียน จะไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ นอกจากนี้ยังต้องมีเอกสารจากสถานศึกษาว่าเงินที่บริจาคนี้เป็นการสนับสนุนการศึกษาตามโครงการจริง

    กรมสรรพากรนั้นมีนโยบายส่งเสริมให้คนช่วยกันบริจาคเงินช่วยเหลือสังคม โดยอนุญาตให้นำไปลดหย่อนได้ เงินบริจาคที่รัฐอนุญาตให้ใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีได้ มีอยู่ด้วยกัน 3 หมวดดังนี้

    1.เงินสนับสนุนเพื่อการศึกษา เงินที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาให้แก่สถานศึกษาของรัฐ โรงเรียนเอกชน และสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
    2.เงินสนับสนุนทางการกีฬา เงินสนับสนุนการกีฬาตามที่รัฐกำหนด โดยสามารถหักค่าลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของเงินบริจาค
    3.เงินบริจาคการกุศลสาธารณะ เงินที่บริจาคให้วัดวาอาราม สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล สถานการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน
    ในหมวดที่ 1 นั้นสามารถลดหย่อนได้ 2 เท่าของยอดเงินบริจาค อย่างไรก็ตามควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่าสถานศึกษาที่บริจาคไปนั้นมีรายชื่ออยู่ในกรมสรรพกร หรือมีวัตถุประสงค์อย่างไรในการบริจาค

    ในปัจจุบันมีหลายองค์กรที่เข้าร่วมกับการกุศล จัดตั้งมูลนิธิ เพื่อรวบรวมรายได้นำไปบริจาคให้กับด้านสถานศึกษา โดยหวังว่าจะนำไปลดหย่อนภาษีในองค์กรของตน หรือหลายคนอาจคิดว่าการลดหย่อนภาษีนั้นไม่คุ้มค่ากับเงินที่บริจาคไป แต่อยากให้คิดใหม่ ว่าการบริจาคนั้นเป็นการทำบุญช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และยังได้ผลตอบแทนทางภาษีเพิ่มเติม ไม่ต้องมาคิดมากเมื่อต้องการจะบริจาค ถือซะว่าเป็นการบริจาคเพื่อส่งเสริมให้เด็กมีอนาคตและเป็นความหวังของประเทศชาติ

     
c
compose new post
j
next post/next comment
k
previous post/previous comment
r
reply
e
edit
o
show/hide comments
t
go to top
l
go to login
h
show/hide help
shift + esc
cancel