Recent Updates Toggle Comment Threads | Keyboard Shortcuts

  • admin 1:21pm on 23/10/2015 Permalink
    Tags: การระดมทุนเพื่อการแบ่งปัน   

    การระดมทุนเพื่อการแบ่งปัน 

    การระดมทุนมวลชน เป็นกิจกรรมที่เพิ่งเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่นานมานี้ แต่กิจกรรมดังกล่าวก็ได้เป็นแหล่งทุนสำคัญให้แก่ธุรกิจในหลายประเทศ ปัจจุบัน หลายประเทศยังคงอยู่ในช่วงสะสมประสบการณ์เพื่อสร้างระบบกฎหมายที่ครอบคลุมการระดมทุนรูปแบบนี้ อย่างไรก็ดี จะต้องไม่ลืมว่า แม้การระดมทุนประเภทนี้จะดูมีความเสี่ยงมาก แต่ก็มีจุดเด่นอยู่ที่ความสะดวก สำหรับการระดมทุนผ่านอินเทอร์เน็ต สามารถเข้าถึงประชาชนทั่วไปเป็นจำนวนมากได้อย่างกว้างขวางและสะดวก ทำให้การระดมทุนประเภทนี้มักเป็นการระดมทุนในระยะสั้น ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 4 รูปแบบ คือ

    1.การระดมทุนมวลชนประเภทการบริจาค (donation-based crowdfunding) คือ ผู้ออกทุนจะไม่ได้รับผลประโยชน์ประการใดเป็นการส่วนตัวจากการออกทุนนั้น ไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์ด้านการเงินหรือสิทธิประโยชน์อื่น มีวัตถุประสงค์เพื่อกิจกรรมสาธารณะ การกุศล หรือเพื่อสร้างสินค้าสาธารณะบางอย่าง

    2.การระดมทุนมวลชนประเภทรางวัล (reward-based crowdfunding) คือ ผู้ออกทุนจะได้รับผลประโยชน์เป็นสินค้าสำหรับบริโภค ตามเงื่อนไขที่ผู้ขอรับทุนกำหนด โดยไม่ได้รับผลประโยชน์ทางการเงินที่เกิดจากการลงทุน เช่น ได้รับผลิตภัณฑ์ฟรี ได้รับสิทธิในการซื้อผลิตภัณฑ์ก่อน หรือได้รับส่วนลดในการซื้อผลิตภัณฑ์

    3.การระดมทุนมวลชนประเภทกู้ยืม (debt-based crowdfunding ; crowd lending) คือ ผู้ออกทุนจะสนับสนุนเงินสำหรับกิจการหรือโครงการให้แก่ผู้ต้องการเงินทุนในรูปแบบการให้กู้ยืมเงิน โดยผู้ที่ต้องการเงินทุนจะต้องชำระต้นเงินคืน และอาจต้องชำระดอกเบี้ยให้แก่ผู้ออกทุนตามเงื่อนไขที่กำหนด

    4.การระดมทุนมวลชนประเภทลงทุน (investment-based crowdfunding) คือ ผู้ออกทุนจะให้การสนับสนุนทางการเงินแก่กิจการหรือโครงการ โดยเจ้าของกิจการ โดยจะเสนอส่วนแบ่งของผลกำไร ผลตอบแทนที่เกิดจากการลงทุนนั้นให้แก่ผู้ออกทุน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาผลกำไร

    ปัจจุบัน ประเทศส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลการระดมทุนประเภทกู้ยืมและประเภทลงทุน การระดมทุนมวลชนผ่านอินเทอร์เน็ตสร้างความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบกิจการและนักลงทุนที่เข้าไม่ถึงตลาดทุนดั้งเดิม แต่ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงของการระดมทุนประเภทนี้ก็ยังมีอยู่มาก บางประเทศจึงกำหนดจำนวนเงินสูงสุดที่ผู้ลงทุนรายหนึ่งสามารถลงทุนได้

     
  • admin 2:02pm on 02/10/2015 Permalink  

    ข้อมูลทางสภากาชาดระบุเอาไว้น่าสนใจถึงข้อดีใจการบริจาคเลือดว่าร่างกายแข็งแรง 

    2

    การบริจาคเลือดของทุกคนสามารถต่อลมหายใจคนได้นับพันนับหมื่นคน เอาละมาถึงข้อมูลจากสภากาชาดไทยระบุการเตรียมตัวว่า 1.คุณนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง ในคืนก่อนวันที่จะมาบริจาคเลือด ไม่เป็นไข้ ป่วย หรืออยู่ระหว่างรับประทานยาแก้อักเสบใดๆ รับประทานอาหารมื้อหลักก่อนมาบริจาคเลือด หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เนื่องจากจะทำให้สีของพลาสมาผิดปกติเป็นสีขาวขุ่น ไม่สามารถนำไปใช้ได้ ดื่มน้ำ 3-4 แก้ว และเครื่องดื่มเหลวเพิ่ม เช่น น้ำผลไม้ นม น้ำหวาน เพื่อเพิ่มปริมาณเลือดในร่างกาย จะช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อน เช่น มึนงง อ่อนเพลีย หรือวิงเวียนศีรษะภายหลังบริจาคเลือด นอกจากนี้ควรงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก่อนมาบริจาคเลือดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง และงดสูบบุหรี่ก่อนและหลังบริจาคเลือด 1 ชั่วโมง เพื่อให้ปอดฟอกเลือดได้ดี คุณสมบัติผู้บริจาคเลือด อันดับแรกต้องมีน้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป อายุระหว่าง 17 ปี ถึง 60 ปีบริบูรณ์ (ถ้าเป็นผู้บริจาคครั้งแรก ต้องอายุไม่เกิน 55 ปี) มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว ไม่อยู่ระหว่างไม่สบายหรือรับประทานยาใดๆ ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ หรือติดยาเสพติด และสุดท้ายแนะนำว่าสตรีไม่อยู่ในระหว่างมีประจำเดือน ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร และไม่มีการคลอดบุตรหรือแท้งบุตรภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา

    หลายคนไม่รู้เรื่องนี้ ข้อมูลทางสภากาชาดระบุเอาไว้น่าสนใจถึงข้อดีใจการบริจาคเลือดว่าร่างกายแข็งแรง หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าสุขภาพโดยรวมของผู้บริจาคเลือดดีกว่าคนที่ไม่เคยบริจาคเลือด เลือดที่เสียไปจะไม่เป็นผลเสียต่อร่างกายของเราเลย ซ้ำยังทำให้ระบบไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้ร่างกายแข็งแรงตามมาอีกด้วยผิวดี หน้าใส ออร่าเปล่งประกาย วิ้งๆ สาวๆ หลายคนมีความเชื่อกันแบบผิดๆ ว่า ถ้าเราไปบริจาคเลือด ต้องอ้วนขึ้นแน่ๆ เลย ตัดความเชื่อแบบผิดๆ นี้ออกไปจากสมองเราได้เลย จริงๆ แล้วการบริจาคเลือดไม่ได้ทำให้อ้วน แต่กลับทำให้ผู้บริจาคมีรูปร่างที่ดีขึ้น หุ่นเพรียวยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล และยังช่วยให้หน้าใส เปล่งประกาย วิ้งๆ แบบไม่ต้องพึ่งการฉีด หรือการกินวิตามินคอลลาเจนต่างๆ กันเลย ง่ายๆ แค่บริจาคเลือดก็ทำให้มีผิวพรรณสดใสได้เหมือนกัน ห่างไกลมะเร็ง ผลการศึกษาพบว่า ผู้บริจาคเลือดมีแนวโน้มจะมีอายุยืน หรือมีโอกาสตายจากโรคต่างๆ น้อยกว่าผู้ที่ไม่บริจาคเลือด นอกจากนี้การบริจาคเลือดมีส่วนลดความเสี่ยงจากมะเร็งหลายชนิด ได้แก่ มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งคอหอย ในผู้บริจาคเลือด

     
  • admin 2:00pm on 21/08/2015 Permalink
    Tags: , เงินบริจาค   

    เงินบริจาคสามารถหักค่าลดหย่อนได้อีก 

    เงินบริจาคสามารถหักค่าลดหย่อนได้อีก
    เงินบริจาค  เมื่อหักลดหย่อนต่าง ๆ หมดแล้ว เหลือเท่าใดให้หักลดหย่อนได้อีกสำหรับเงินบริจาค เงินบริจาคที่หักค่าลดหย่อนได้นั้นผู้มีเงินได้ต้องบริจาคเป็นเงินให้แก่การกุศลสาธารณะ โดยหักได้เท่าจำนวนเงินที่จ่ายจริงแต่ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย และหักค่าลดหย่อนต่างๆ ข้างต้นแล้ว การบริจาค ได้แก่

    (1) การบริจาคเงินให้แก่วัดวาอาราม สภากาชาดไทย สถานพยาบาล และสถานศึกษาของทางราชการ หรือองค์การของรัฐบาล สถานศึกษาเอกชน สถานสาธารณกุศล และกองทุนสวัสดิการภายในส่วนราชการ (ต้องเป็นองค์การสถานสาธารณกุศลตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา)

    (2) การบริจาคเงินให้แก่คณะกรรมการอำนวยการจัดสร้างสวนสาธารณะเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวโรกาสพระชนมายุครบ 80 พรรษา

    (3) การบริจาคเงินให้แก่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในโครงการปลูกป่าเทิดพระเกียรติเฉลิมฉลองพระชนมายุครบ 90 พรรษา

    (4) การบริจาคเงินให้แก่กองทัพอากาศในโครงการก่อสร้างพระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริฯ

    (5) การบริจาคเงินให้แก่กองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา

    (6) การบริจาคเงินให้แก่กองทุนปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50

    (7) การบริจาคเงินให้แก่โครงการอาคารเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชย์สมบัติครบ 50 ปี ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา

    (8) การบริจาคเงินให้แก่โครงการสืบสานพระราชปณิธาน “กาญจนาภิเษก”

    (9) การบริจาคเงินให้แก่โครงการร้อยใจช่วยเยาวชนไทยในภาวะวิกฤต

    (10) การบริจาคเงินให้แก่โครงการโพธิ์ทองของชาวไทย

    (11) การบริจาคเงินให้แก่โครงการปลูกป่าชายเลนถาวรเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในวโรกาสทรงพระชนม์มายุ 72 พรรษา

    (12) การบริจาคเงินให้แก่ส่วนราชการที่จัดขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

    (13) การบริจาคเงินให้แก่กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ กองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม กองทุนคุ้มครองเด็ก และกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ

    (14) การบริจาคเงินเพื่อการกีฬา ให้แก่การกีฬาแห่งประเทศไทยเพื่อส่งเสริมการกีฬา คณะกรรมการกีฬาจังหวัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมกีฬาในจังหวัด สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการเพื่อการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน หรือสมาคมกีฬาสมัครเล่น

    (15) การบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่นที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป โดยมีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเป็นตัวแทนรับเงิน ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

     
  • admin 12:46pm on 27/07/2015 Permalink
    Tags: บริจาคโลงศพ, ศพไร้ญาติ, อนุโมทนา   

    การทำบุญด้วยการบริจาคโลงศพ 

    ทำบุญ1การทำบุญนั้นไม่ว่าจะเป็นด้วยวิธีการใดก็ตาม อานิสงส์หรือผลบุญที่ได้รับจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้ทำบุญเป็นหลัก การทำบุญเพราะความกลัว ความโลภ และหวังให้เกิดประโยชน์แก่เฉพาะตัวเอง จะได้บุญน้อยกว่าการทำบุญด้วยจิตที่สะอาดบริสุทธิ์ด้วยหวังเพียงให้ผู้อื่นเป็นสุข เช่นเดียวกับการบริจาคโลงศพนี้ หากเราลองคิดว่าศพผู้ยากไร้หรือศพไร้ญาติเหล่านั้น คือคนใกล้ชิดของเราหรือกระทั่งเป็นตัวเราเอง การตายอย่างไร้ญาติอย่างคนอนาถาถือเป็นเรื่องน่าเวทนานัก หากมีผู้ใดมีจิตกรุณาช่วยสงเคราะห์ผ้าห่อศพไม่ให้เป็นที่อุจาดตา อุทิศโลงศพให้เราได้อาศัย ไม่ให้ต้องนอนอยู่กลางแดดฝนเป็นอาหารของหนอนหรือแร้งกา ก็ถือเป็นพระคุณแก่วิญญาณของเรายิ่งนัก และเราก็ย่อมจะตอบแทนด้วยการอวยพรให้ผู้มีพระคุณผู้นั้นมีแต่ความสุขความเจริญ

    การให้ทานทั้งหลายถือเป็นการทำบุญอย่างหนึ่งในบุญกริยาวัตถุ 10 ปราการ ซึ่งเป็นหลักธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บุญมีความหมายหมายถึงสิ่งที่เป็นเหตุให้เกิดความสุข ความเจริญ ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า เป็นชื่อของธรรมะที่เป็นเหตุให้ กาย วาจา ใจ อยู่ในความดีงาม การทำบุญด้วยการบริจาคโลงศพจึงเป็นบุญที่เกิดจากการให้ทานแก่ผู้เสียชีวิตที่ยากไร้หรือศพไร้ญาติผู้น่าเวทนา เป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในวาระสุดท้ายแห่งชีวิต และนี่ควรจะเป็นเจตนาที่แท้จริงของการบริจาคโลงศพ จึงจะทำให้ได้บุญมากอย่างที่เข้าใจกันได้ การทำบุญด้วยการบริจาคโลงศพ จึงเป็นบุญที่เกิดจากการให้ทานแก่ผู้เสียชีวิตที่ยากไร้หรือศพไร้ญาติผู้น่าเวทนา เป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในวาระสุดท้ายแห่งชีวิต และนี่ควรจะเป็นเจตนาที่แท้จริงของการบริจาคโลงศพ เพื่อช่วยเหลือผู้ตายที่ขัดสนยากไร้ หรือศพไร้ญาติ อย่างนี้เป็นบุญที่ทำด้วยความสงสาร และปรารถนาจะช่วยเหลือสงเคราะห์เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มีธรรมะ คือ ความเมตตากรุณาเป็นปัจจัยให้บริจาคทาน ถือเป็นการทำบุญด้วยใจที่บริสุทธิ์

    การบริจาคโลงศพ

    1.ติดต่อเจ้าหน้าที่เขียน ชื่อ-สกุล ลงในแผ่นอนุโมทนา ใช้มือสัมผัสใบอนุโมทนาแล้วตั้งจิตอธิษฐานแด่ศพไร้ญาติหรือวิญญาณที่ยากไร้
    2.สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามที่แต่ละสถานที่กำหนด และควรไหว้ฟ้าดินก่อน ปักธูปตามจำนวนที่เขากำหนดไว้ โดยมากจะเขียนบอก ควรไหว้ให้ครบทุกองค์
    3.เผาใบอนุโมทนานั้นในที่ที่จัดไว้
    4.จากความเชื่อว่ามนุษย์ผู้นั้นที่ยังคงบริโภคเนื้อสัตว์อยู่ ผลบุญนี้อาจจะยังไม่ถึง จึงนิยมเคาะกลองและระฆัง เพื่อให้ได้ยินไปที่สวรรค์
    5.เติมน้ำมันตะเกียงเพื่อเพิ่มแสงสว่างให้กับชีวิต
    6.กรวดน้ำอุทิศผลบุญกุศลให้ญาติพี่น้อง เจ้ากรรมนายเวร

     
  • admin 3:35pm on 27/06/2015 Permalink
    Tags: การบริจาคอวัยวะแก่สภากาชาดไทย   

    การบริจาคอวัยวะแก่สภากาชาดไทย เพื่อต่อชีวิตผู้อื่น 

    ในปัจจุบันการบริจาคอวัยวะยังไม่มากพอที่จะตอบสนองความต้องการของผู้ที่รอรับบริจาคอวัยวะอยู่ซึ่งจากสถิติผู้บริจาคอวัยวะของสภากาชาดไทยในปี2555 พบว่ามีผู้รอรับการบริจาคอวัยวะกว่า 3,516 ราย แต่มีผู้บริจาคอวัยวะเพียง 136 ราย โดยสามารถนำอวัยวะไปปลูกถ่ายช่วยเหลือผู้ป่วยได้ 334 คน ซึ่งถือว่ายังมีสัดส่วนของผู้บริจาคน้อยเมื่อเทียบกับประเทศที่มีอัตราการบริจาคอวัยวะสูงสุด จากความเชื่อที่ว่าบริจาคอวัยวะแล้วจะทำให้การเกิดใหม่ในชาติหน้าผู้เสียชีวิตมีอวัยวะไม่ครบ 32 นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเป้าหมายที่สนใจในการบริจาคอวัยวะแต่ไม่ทราบข้อมูลด้านสถานที่ในการรับบริจาค ดังนั้นการรณรงค์และทำความเข้าใจจึงมีความสำคัญในการปรับทัศนคติของกลุ่มคนที่ประสงค์จะบริจาคร่ายกาย การประชาสัมพันธ์ที่ดี ให้ความรู้ความเข้าใจและปรับทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับประโยชน์ของการบริจาคร่างกาย จะมีส่วนสำคัญที่ทำให้การบริจาคอวัยวะในกลุ่มคนรุ่นใหม่มีจำนวนมากขึ้น

    การบริจาคร่างกาย แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
    1. การบริจาคร่างกายสำหรับใช้เพื่อการศึกษาทางการแพทย์ (โรงพยาบาลจุฬา)
    2. การบริจาคอวัยวะสำหรับผู้ป่วย (สภากาชาดไทย)
    3. การบริจาคดวงตา (สภากาชาดไทย)

    ทั้งนี้อวัยวะที่บริจาคมีส่วนช่วยสังคมอย่างไรบ้าง

    • หัวใจ ช่วยรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจระยะสุดท้ายที่กล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมสภาพ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการขาดเลือดที่ไม่สามารถรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัดทั่วไป
    • ตับ ช่วยรักษาผู้ป่วยตับวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ได้แก่ โรคตับแข็ง ตับอักเสบเรื้อรังระยะสุดท้าย หรือมะเร็งตับ รวมถึงผู้ป่วยที่มีความพิการของตับมาแต่กำเนิด
    • ปอด ช่วยรักษาผู้ป่วยโรคปอดซึ่งรอการเปลี่ยนถ่ายปอดเพื่อช่วยให้หายใจได้ต่อไป
    • ไต ช่วยรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง ซึ่งต้องทำการฟอกไตอยู่บ่อยครั้งให้ใช้ชีวิตได้ตามปกติ

    ซึ่งอวัยวะเหล่านี้มีส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยสามารถมีชีวิตที่ก้าวต่อไปได้อย่างปกติ มีชีวิตที่ยืดยาวขึ้นและสามารถสร้างสิ่งดีๆเพื่อครอบครัวและสังคมต่อไป ดังนั้นร่างกายที่หยุดการใช้งานไปแล้วจึงมีประโยชน์และสำคัญสำหรับผู้ป่วยที่รอรับการบริจาคอย่างยิ่ง

    สำหรับผู้ที่สนใจที่จะร่วมบริจาคอวัยวะ สามารถที่จะไปบริจาคได้ที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยหรือ ตามโรงพยาบาลต่างๆ

     
c
compose new post
j
next post/next comment
k
previous post/previous comment
r
reply
e
edit
o
show/hide comments
t
go to top
l
go to login
h
show/hide help
shift + esc
cancel